HOME

HOME

29 ม.ค. 2556

เกินไป??

บางทีก็รู้สึกว่า

มันเหนื่อยเกินไปรึป่าว..

ฝืนตัวเองมากไปไหม..


การที่ต้องมาแบกรับอะไรๆหลายๆอย่าง

ไม่ว่าจะเต็มใจ หรือไม่


แบกของก็แค่เหนื่อยกาย

แต่แบกความรู้สึกนี่ เหนื่อยใจจริงๆ


แบกของหนักๆ เกิดอาการปวดเมื่อย 2 วันก็หาย

แบกความรู้สึกอันหนักอึ้ง ความเจ็บปวดไม่เคยหาย


มีไหล่อยู่ 2 ข้าง จะต้องแบกรับอะไรไว้มากมาย

มีมืออยู่ 2 มือ ไม่รู้ว่าจะถืออะไรไว้มากมาย

มีหัวอยู่ 1 หัว ไม่รู้ว่าจะเก็บเรื่องราวไว้ทำไมมากมาย

มีใจอยู่ 1 ใจ ทำไมต้อง......

มีขาอยู่ 2 ข้าง ล้มลุกคลุกคลาน ก็ต้องก้าวเดินกันต่อไป



เพราะ

มีไหล่ 2 ข้าง ข้างหนึ่งไว้ให้ซบ อีกข้างช่วยแบกรับ

มีมือ 2 มือ มือหนึ่งไว้จับมือ อีกข้างไว้กอด

มีหัว 1 หัว ไว้คิดและทบทวน

มีใจ 1 ใจ จะอยู่ด้วยกัน ตราบที่หัวใจยังเต้น

มีขา 2 ข้าง เดินไปพร้อมๆกัน


....



ไม่อยากเหนื่อย ก็ค่อยๆเดิน

ไม่อยากเจ็บ บางทีก็ต้องมองข้าม

พักบ้าง

พักหายใจ



..

ความรู้สึกที่อยากจะหนีไปไกล

ยังมีในหัวใจ

บางครั้ง ความเหนื่อยล้า

ใช่ว่าพักแล้วจะหาย

บางครั้ง ความเจ็บปวด(ใจ)

ใช่ว่าอยู่กับคนรักแล้วจะเลิกเจ็บ


การปิดโลก แล้วอยู่กับตัวเอง ซะบ้าง

อาจจะดี หรือเปล่า


การจัดการกับความรู้สึกตัวเอง

บางคนเลือกที่จะอยู่กับคนรัก

บางคนเลือกที่จะอยู่คนเดียว

คนสองคน กับ คนคนเดียว

ก็แล้วแต่เรื่องราว

แล้วแต่ช่วงเวลา



ไม่มีคำถาม

ไม่จำเป็นต้องตอบ

ไม่ต้องฝืน

แค่

เหนื่อย

พัก

กลับมา

ให้เหมือนเคย

28 ม.ค. 2556

วันเกิด 24 ขวบ

แฮปปี้เบิร์ทเดย์ ทู มี

แฮปปี้เบิร์ทเดย์ ทู มี

แฮปปี่ เบิร์ท เดย์ แฮปปี่เบิร์ทเดย์...

แฮปปี้ เบิร์ท เดย์ ทู หน้ากลมมม

....

ขอให้....

)*#^(#_@_(#)$&&^^(@__@#$



26 มกราคม 2532 เวลา 08.35 น.

วันเกิดผ่านมาแล้ว 24 ปี กับอีก 2 วัน


ไปทำบุญที่วัดกับจ๊ะโอ๋

วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ

จ๊ะโอ๋เป็นคนหาข้อมูลเอง

การเดินทางจากบ้าน Ja-Noom Sweet Home

นั่งวินไปปากซอยสาธุฯ 49 ต่อด้วยรถแดง ท่าน้ำ หรือ วัดดอกไม้ ไปแยกเซ็นทรัล ขึ้นรถสาย 102 ป้ายใต้ทางด่วน ไปลงปากน้ำ แล้วต่อสองแถวสาย 36 ไปลงสะพานลอยตรงข้ามซอยเข้าวัด ข้ามสะพานลอย นั่งวินจากปากซอยเข้าไปถึงวัด

วัดอโศการามเป็นวัดป่า ต้นไม้เยอะ ดูสงบดี เงียบ

ซื้อผ้าไตรฯ กับพระประจำวันเกิด ปรางสมาธิ (วันพฤหัส) ปรางรำพึง (วันศุกร์)

ถวายพระ รับศีล รับพร แล้วก็เดินเล่นอ้อมวัด

ปล. มะหมาแถวนั้นเยอะมาก ตั้งแต่ต้นซอยยันในวัด

ด้วยความเหนื่อยล้า กลับมาก็หลับปุ๋ยๆ

..


ขอบคุณที่เคียงข้าง

ขอบคุณที่ร่วมเดินทาง

ขอบคุณที่ไม่ถือสา

ขอบคุณที่ให้อภัย

ขอบคุณที่ยังอยู่ตรงนี้(ที่เดิม)

ขอบคุณที่มอบความอบอุ่นให้

ขอบคุณ.. ที่รักกัน














ขอบคุณนะ


25 ม.ค. 2556

ใกล้ๆ

"อยู่ใกล้ๆแล้วมีความสุข"



เวลาที่คนสองคนมีความรู้สึกดีๆให้กัน

ไม่ต้องคิดถึงเรื่องของหนุ่มสาว หนุ่มๆ หรือสาวๆ

แต่รู้สึกดีๆ ในแบบอื่นได้ไหม?

พี่ น้อง เพื่อน...


มีความรู้สึกดีๆให้ เพราะเป็นพี่

มีความรู้สึกดีๆให้ เพราะเป็นน้อง

มีความรู้สึกดีๆให้ เพราะเป็นเพื่อน

มีความรู้สึกดีๆให้ เพราะคุณคือคนพิเศษ


ความใกล้ชิด

เกิดเป็นความผูกพัน

ความผูกพัน ทำให้อยากใกล้ชิดมากขึ้น

ติดเป็นนิสัย

ขาดไม่ได้

เป็นแบบนั้นหรือเปล่า


ระยะทางพิสูจน์ม้า

กาลเวลาพิสูจน์คน

อาจจะใช่หรือไม่ใช่

อยู่ใกล้ๆแล้วอบอุ่น

อยู่ใกล้ๆแล้วอึดอัด ก็มี

อยู่ไกลๆแล้วคิดถึง

อยู่ไกลๆแล้วสบายใจ ก็มี

เวลา ไม่ว่าจะมากหรือน้อย

ก็ทำให้คนรัก หรือเกลียดกันได้เหมือนๆกัน


ไม่ต้องเอาข้ออ้างของระยะทาง หรือเวลา มายก

แต่ใช้ความรู้สึกสัมผัสน่าจะดีกว่า

ใกล้ ไกล สั้น ยาว

ก็เปลี่ยน หรือคงอยู่ กันได้ทั้งนั้น


อย่ามองหาถึงเหตุผล

เพราะบางครั้งความรู้สึก ก็ไม่มีเหตุผลมาอธิบาย


ความรู้สึกดีๆ

ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสักหน่อย

แต่แบบไหนต่างหาก

ก็ยังเป็นเรื่องของคนสองคน


บริสุทธิใจเสมอ

21 ม.ค. 2556

อยู่ในใจ


วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เจริญก้าวหน้า

ปัจจุบันได้สร้างเครื่องสแกนร่างกายได้(นาน)แล้ว

สแกน โดยใช้เทคนิค IR พัฒนามาใช้ NMR (ถ้าจำไม่ผิด)

พัฒนาๆมาเรื่อยๆ ใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ ผสม IT

การสั่นสะเทือน จับคลื่นการสั่นสะเทือน รังสี

สร้างเครื่องแปลผลเหล่านี้

)*$&^#&()(&%#@.....

พอๆ กับหลักการ

มาไร้สาระ เวิ่นเว้อ ตามภาษาหน้ากลมๆดีกว่า 55555


มาคุยเรื่องสิ่งที่สัมผัสไม่ได้ แต่รับรู้ได้ด้วยใจดีกว่า :P

"อยู่ในใจ"

ทำไมเครื่องสแกน สแกนความคิดไม่ได้นะ สแกนความรู้สึกไม่ได้

อนาคต นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ นักสารพัดนึก

จะสร้างเครื่องสแกนความรู้สึกได้ไหมนะ



ถ้าวันหนึ่ง สักทศวรรษที่ 30

สร้างเครื่องมือที่สามารถอ่านความคิด ความรู้สึก ของคนที่ถูกเครื่องนี้สแกนได้

จะเป็นยังไงนะ

คนจะเข้าใจกันมากขึ้น หรือยิ่งหักพัง??

คนจะรักกันมากขึ้น หรือเกลียดกันแบบสุดๆ??

แต่ที่แน่ๆ

คนคงคุยกันน้อยลง แสดงออกน้อยลง

เอะอะก็.. "มึงไปเอาเครื่องสแกนมาสิ กูไม่อยากพูด"

ประมาณนั้น


คนที่ถูกสแกนคงไม่พอใจนัก หากถูกสแกนโดดไม่ได้รับอนุญาต

อ่อ ดูท่าแล้วกฎหมายเรื่องการระเมิดสิทธิส่วนบุคคล คงแน่นเปี๊ยะ หนักหนาเอาเรื่อง

"มาตราที่ xx วรรค xx บรรทัดที่ x ห้ามมิให้บุคคลใช้เครื่องสแกนความคิดบุคคลอื่นโดยมิได้รับอนุญาต ผู้กระทำผิดต้องถูกจำคุก 1 ปี หรือปรับ 50,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ"

กฎหมายคงเคร่งครัดกันน่าดู

คนที่พอใจให้สแกน ก็ดีไม่ต้องพูด แม้งรู้หมดเปือกเลยทีเดียว

คนที่ไม่ได้ยินยอมให้สแกน คงจะโวยน่าดู แม้งมึงก็รู้หมดสิ

เครื่องสแกนเครื่องนี้

คงทำให้ความลับไม่มีในโลก

รัก.. ก็จะรู้ว่ารักจริง

เกลียด.. ก็รู้ว่าเกลียดกันจริง

ความรู้สึกครึ่งๆกลางๆ คงเป็นที่รังเกียจ

โลกในยุคนั้น คงมีแต่ความรู้สึกที่สุดโต่ง ไม่มีอะไรซับซ้อน

ง่ายๆ..

รู้ให้หมดเปือก

รู้ซึ่งทุกอย่าง.. ความลับไม่มีในโลก


เออออ แล้วโลกที่ไม่มีความลับ

จะเป็นยังไงนะ

จะดี

หรือเลวร้าย

สุดที่จินตนาการของหน้ากลมจะไปถึง


เอาเป็นว่า

ไม่รู้ว่าอนาคตจะดีหรือแย่แค่ไหน

มีวันนี้ก็ดีที่สุดแล้วล่ะ


ถึงโลกกลมๆจะปั่นป่วน แต่ก็ยังสวยงาม

11 ม.ค. 2556

เปื่อยจนได้

สถานะ : ภาวะโรคฯรุมเร้า


สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2556

พร้อมกับทักทายไข้หวัดใหญ่ๆ เรื้อรัง

..


ตัวร้อนๆรุมๆมาตั้งแต่ต้นปี

แต่เพราะเป็นเรื่องปกติ

เลยไม่คิดว่าจะเป็นอะไรมากมาย

แต่พอเข้าอาทิตย์ที่ 2 น็อคเลย


ไม่ได้เป็นไข้หนักๆมานาน

รุสึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน

ไม่เคยต้องนอนซม เพราะอาการป่วย

ไม่เคยต้องมานอนให้ใครหาข้าวมาให้กิน เพราะลุกไม่ไหว

ไม่เคยต้องให้ใครมาบอกให้กินข้าวกินยา เพราะไม่ชอบกินยา

ทุกๆครั้ง สิ่งเหล่านี้จะเป็นคนพูด และทำให้คนอื่นซะมากกว่า


เป็นไข้หนักๆ ถึงขึ้นนอนซมแบบนี้ ครั้งสุดท้าย ก็เมื่อช่วงสิ้นปี 54 โน่น

และต่อๆมา ก็แค่เป็นไข้หวัด พอเป็นพิธีเฉยๆ

ครั้งนี้ก็คิดว่าจะเหมือนเคย

แต่ไม่ใช่เลย


อาจเป็นเพราะร่างกายมีเชื้ออยู่แล้ว

แต่ไม่ดูแลตัวเอง

กลับบ้านมืดๆ นอนดึกๆ นอนไม่หลับจนแทบไม่ได้นอน

มาสองวันติดๆ

และบวกกับกินน้ำตู้หยอดเหรียญไป (โทษไว้ก่อน เพราะทำให้เจ็บคอ)

ไม่เคยกิน กินเข้าไป เจ็บคอ... ไข้แตก

อิพวกไวรัสที่อาศัยอยู่ในร่างกาย

พอร่างกายไม่ได้พักผ่อน สภาพจิตใจอ่อนแอ

และมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย

พวกไวรัสเห็นถึงความอ่อนแอของโฮส

ก็เล่นกันเลยซะงั้น


ตอนนี้ก็ผ่านมาวันที่สาม

อาการแต่ละวันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

วันแรกเจ็บคอตัวยังไม่ร้อน

วันที่สองตัวร้อน ปวดหัว และเจ็บคอ เสียงแหบ

วันที่สามตัวไม่ค่อยร้อน แต่ก็ยังปวดหัวบ้าง ที่สำคัญสุด น้ำมูกมาจากไหน

จากที่เป็นไข้หนัก ตอนนี้ยังมีน้ำมูกอีก เสียงก็หายด้วย

เมื่อเช้าตื่นมาเสียงหาย ตกใจหมดเลย

ออกจากห้องน้ำ รีบวิ่งไปกินน้ำ เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น

และก็ได้ยินเสียงตัวเอง

ค่อยโล่งใจหน่อย

ปกติเป็นหนักแค่วันเดียว

แต่นี่ล่อหลายวันเลย

น่าเบื่อพอสมควร


ขอโทษร่างกาย ที่ดูแลได้ไม่ดี

ขอโทษจิตใจ ที่ทำให้อ่อนแอ

ขอโทษคนรอบข้าง ที่ต้องมานั่งเป็นห่วง

แต่ก็

ขอบคุณร่างกาย จิตใจ คนรอบข้าง

ที่ทำให้หน้ากลมยังเป็นหน้ากลม บนโลกกลมๆ


..

ในวันที่ร่างการอ่อนล้า .. จิตใจก็พลอยจะอ่อนแอไปด้วย

แต่เมื่อถึงวันๆนั้น แค่รู้ว่ามีคนห่วงกัน

มันรู้สึกดีจริงๆนะ


ขอบคุณนะค่ะ ที่ห่วงกัน n_n

7 ม.ค. 2556

4 ม.ค. 2556

สู่ภาวะเริ่มต้น

เลข 4 ... ก่อน 4 ก็คือ 3

ก่อน 3 ก็เป็น 2

2  1  0  -1  -2 ...

เลขศูนย์ "0" อยู่ตรงกลาง แบ่งแยก +/-

ศูนย์จึงเป็นจุดกำเนิดของจำนวนนับ


และศูนย์ "0" ก็หน้าตาไปเหมือนไข่

หรือไข่ที่เหมือนศูยน์

ไข่ฟักออกเป็นไก่.. ไก่ให้ไข่

ไก่ฟักไข่ ออกมาเป็นไก่

ไก่หรือไข่ที่เกิดก่อน

ก็ยังไม่มีคำตอบ ในหลักคำถามปรัชญา

ถ้าปรัชญาตอบว่าไก่.. ก็จะให้เหตุผลร้อยแปดที่จะมาสนับสนุนคำตอบว่าไก่

ถ้าไข่.. ก็เหตุผลแบบไข่ๆ

คำตอบจึงอยู่ที่ความคิด และการให้เหตุผล ของคนหนึ่งคน สองคน หรือหนึ่งกลุ่ม หรือมากกว่า


แล้วคนเกิดมาจากอะไร คนมาจากไหน

พระเจ้า..

ธาตุอากาศ..

พืช.. สัตว์.. วิวัฒนาการ    ???


เกิด แก่ เจ็บ ตาย..

ตายแล้วไปไหน?

ก็ไม่รู้ เพราะไม่เคยมีใครกลับมาบอกว่าไปไหน

เกิดใหม่หรือเปล่า

น่าจะนะ กลับมาใช้เวรใช้กรรม

แต่ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอนซักเท่าไหร่

แต่ยังไงซะ

ก็อย่ากลับมาบอกกันเลยจะดีกว่านะ -*-"

ปล่อยให้ลุ้นต่อไป


เมื่อก่อน

ตัวเล็กๆ เกิดเตาะแตะ ก็อยู่กับพ่อแม่ ตายาย พี่ๆน้องๆ

โตมาหน่อยก็ยังอยู่ที่เดิม

โตเยอะๆ ก็มาอยู่คนเดียว

เรียน มาอยู่คนเดียว แต่ก็มีเพื่อนๆ

ทำงาน มาอยู่คนเดียว ด้วยเริ่มต้น

ตอนนี้

ทำงานมานานแล้ว ก็มีเพื่อน

เคยบอกตัวเองไว้ว่า

ถ้าจะต้องเดินไปให้ไกลมากกว่านี้

ก็อยากจะมีใครสักคน ที่เดินไปพร้อมกับเรา

เวลาใกล้มาแล้ว

และไม่มีใครอยู่ตรงนี้

อีกไม่นาน ก็คงจะวกกลับมาอยู่คนเดียวเหมือนเคย

นานๆๆๆๆมากกว่านั้น

ก็กลับไปอยู่กับพ่อแม่ พี่ๆน้องๆ


ก็ไม่เห็นต้องคิดอะไรนี่นา

เมื่อวานเป็นอย่างไร

วันนี้ก็จะเป็นอย่างเมื่อวาน

วันนี้เป็นอย่างไร

พรุ่งนี้ก็จะเป็นอย่างวันนี้

แต่เราก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป


เมื่อก่อนก็อยุ่คนเดียว

วันนี้มีเพื่อน

พรุ่งนี้ไม่มีใคร

แล้วยังไง

เราก็ต้องเดินกันต่อไป


ชีวิตหมุนเวียนเปลี่ยนบ้างอะไรบ้าง

เพราะว่าความแน่นอน ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอน


โลกกลมๆ ก็ยัง.... เหมือนเคย