HOME

HOME

22 เม.ย. 2558

ไม่ยอม..ปล่อย

“รักคือการเสียสละ สละได้ทุกอย่าง แม้แต่ตัวเอง”

“รักคือความสุข สุขที่ได้เห็นคนที่รักมีความสุข ต่อให้คนที่ทำให้เขามีความสุขไม่ใช่เรา”

“รักคือการยอมรับ ยอมรับทุกอย่างที่คนรักเป็น”

ฯลฯ

มีประโยค บทความมากมาย ที่พยายามอธิบายว่า “รัก” คืออะไร


สำหรับฉัน

รักคือความรู้สึกวูบวาบเมื่อได้คิดถึงใครคนนั้น

รักคือการเสียสละ ทำทุกอย่างเพื่อให้ใครคนนั้นมีความสุข


ตลอดมาเท่าที่จำความได้ ฉันค่อยข้างจะเป็นคนขี้เกรงใจคนนะ

ดังนั้นจึงน้อยครั้งมากที่จะปฏิเสธ หรือบ่ายเบี่ยงจากการขอความช่วยเหลือ หรืออะไรๆก็แล้วแต่

เพียงแค่เกรงใจ และไม่อยากจะทำให้ใครๆต้องเสียใจ และรู้สึกไม่ดีกับเรา

ฉันจะยอมขัดใจตัวเองเพื่อเขาเหล่านั้น

แต่ครั้งนี้ขอล่ะ ในเมื่อขอให้ปล่อยกันดีๆไม่ปล่อย

ก็ขอเป็นนางชาเย็น เอ้ย! เย็นชา สักระยะยาวๆ (แค่กับเขา)


เริ่มจากการบล็อคเบอร์ บล็อคไลน์ บอกเลยว่าตอนนี้เบอร์แปลกโทรมาฉันไม่รับ

มันอาจจะเหมือนเป็นการหนีปัญหา

แต่ขอแก้ตัวให้ตัวเองนิดนึงว่า ฉันได้พูดทุกอย่างที่ควรและไม่ควรพูดไปแล้ว

ทั้งดีๆ และแย่ๆ (ไล่เลเวลตั้งแต่ไม้อ่อนจนมาถึงแท่งเหล็กกล้า)


“เบื่อ”

“รำคาญ”

“แค่ปล่อยเราไปมันจะอะไรนักหนา”

ถ้าคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากคนที่คุณรักมันจะเจ็บแค่ไหน

คือถ้าเป็นฉันที่ต้องมาได้ยินคำพวกนี้ซะเอง

คงเงิบและเจ็บน่าดู 

และ...ฉันคงไม่ไปวุ่นวายกับชีวิตเขาอีก ไม่ด้านพอ

เอาแค่ตอนนี้ ถ้าแค่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า เป็นส่วนเกิน ก็ถอยมาหลายก้าวแล้วล่ะ


ฉันเข้าใจความรู้สึกที่เขามีให้ และซาบซึ้งมาก

แต่ฉันไม่เข้าใจ..

ถึงการพร่ำเพ้อของคุณผู้ชาย(คู่กรณี)

เขาสามารถพูดอะไรซ้ำๆกลับไปกลับมา เพื่อให้เราเห็นคุณค่าของเขา ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

และสงสัยอีกว่า ไอ่บรรดาคำแย่ๆ ที่ฉันพูดออกไปและไม่อยากจะฉายหนังหลายๆซ้ำ 

มันเคยเข้าโสตประสาทเขาบ้างหรือเปล่า?

หรือแม้แต่ความเฉยชาที่ฉันแสดงออกชัดเจนขนาดนี้ เขาไม่รู้สึกบ้างเลยหรือยังไง?

(ฉันรู้ว่ามันรู้สึกเช่นไร)


ตัวอย่างเช่น “ต่อให้คนรอบตัวเราชอบคุณ แต่เราไม่ชอบคุณ ใครก็เปลี่ยนใจเราไม่ได้” 

แต่เขาตอบกลับประโยค(ใจความสำคัญ)นี้ ด้วยการโทรศัพท์ไปหาที่บ้าน หรือแม้แต่เข้าหาเพื่อนสนิทของฉัน

แล้วเอามาเล่าแบบหน้าระลื่น

ให้ตายเหอะ คือ.. เขาเข้าใจสิ่งที่ฉันพยายามจะบอกหรือเปล่า?


แล้วไอ่ประโยคอย่าง “ผมพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ และอภัยให้คุณเสมอ”

คือ... ฉันผิด?

ผิดมากเลยหรอที่ปล่อยเขาไป


จริงๆระหว่างเราก็เป็นเพื่อนกันมานาน

ฉันคุยกับเขาในฐานะเพื่อนที่ดี

แต่เขาคุยกับฉันในอีกสถานะ

คือมั่นใจว่า ความดีจะเอาชนะซึ่งทุกอย่าง 

รวมทั้งจะสามารถทำให้ฉัน คนที่ไม่เคยคิดจะรักเขา รักเขาเข้าสักวัน

นี้คือรูปแบบที่เรายังติดต่อกันเรื่อยมา

แต่พอถึงจุดๆนึง (ไม่เกี่ยวเนื่องกับบุคคลที่สาม)

ฉันเกิดคิดว่า ไม่อยากให้เขามาจมปักอยู่กับฉัน โดยที่ไม่เหลียวมองคนอื่น 

เขาจำเป็นต้องมีใครสักคนเคียงข้าง ซึ่งไม่ใช่ฉันแน่ๆ 

(คนที่ไม่เคยมองอนาคตร่วมกับเขา มีแต่อนาคตสาวโสด)

ฉันจึงเดินออกมา ซึ่งหมายถึงหนีออกมาซะมากกว่า 

...และปล่อยเขาไป

แต่.. เขาไม่ยอมปล่อยฉันสักที


ฉันเชื่อเสมอว่า

“เวลา” จะช่วยเยียวยา


หากฉันจะผิด..

คงผิดที่ทำให้คนดีๆอย่างเขาต้องเสียใจ

และสักวันเขาจะรู้ว่าฉันไม่ใช่คนดีที่ควรได้รับความรักจากเขา


“ขอความดีทั้งมวล ช่วยเปิดดวงตาที่มืดบอดให้สว่าง”



-หน้ากลม-ใจร้าย-

10 เม.ย. 2558

NJ Together


ตั้งแต่เริ่มทำงาน ผ่านมาก็ปีที่สี่แล้ว

ทุกๆอย่างวนเวียน ซ้ำๆ เหมือนๆเดิม

เลิกงาน...

กินข้าว ดูหนัง/การ์ตูน/อ่านหนังสือ แล้วก็นอน

เช้าวันใหม่ก็ตื่นไปทำงาน

ซ้ำๆกันไป และน้อยครั้งมากที่จะมีอะไรที่แตกต่าง

แต่ที่ต่างมา ก็ยังเป็นอะไรที่ไม่ค่อยจะมีสาระ มากกว่า "พักผ่อน ผ่อนคลาย"

คนเราไม่ค่อยชอบอะไรๆที่จำเจ ซ้ำๆ

แต่คนอย่างฉันนี่ ซ้ำๆไม่เป็นไร เพราะนี่คือวิธีผ่อนคลาย คือความสุขเล็กๆ เพียงลำพัง


ต้นเดือนที่ผ่านมา...

ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะใช้เวลาหลังเลิกงานทำตัวมีสาระบ้างเลย

สาระที่เรียกว่าสาระจริงๆ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ

เพื่อนของฉัน ชักชวนให้ทำโปรเจคด้วยกัน

เป็นโปรเจคท่องเที่ยว ของ creativemove

โปรเจคที่จะทำให้เราได้เที่ยว และหาเงินได้ด้วย

เพราะถ้าเข้าตาอาจได้เที่ยว และมีเงิน

ฉันจึงไม่รีรอที่จะตอบตกลง หลังจากที่อ่านเงื่อนไขทั้งหมด

ก็ไม่ได้เสียอะไร แค่ต้องใช้สมองที่ต้องเคาะสนิมออกซะหน่อย


เรามีการประชุมวางแผนกันอย่างจริงจัง (ใช่ไหม?)

เริ่มต้นด้วยการเลือกสถานที่เราจะลงพื้นที่กัน

ซึ่งแค่เริ่ม แค่ต้องเลือก ก็มีฮาแล้ว

เราสองคนต่างคนต่างใช้เวลาพักหนึ่งในการเลือกสถานที่สามข้อ(ตามที่กำหนด)

เพื่อนพิมพ์มาให้ก่อนให้แชทเฟส

ฉันอ่าน แล้วพิมพ์ของตัวเองลงไปเช่นกัน

"เฮ้ยยยย ไม่เหมือนกันเลยหรอ"

ฉันคิดในใจในแว๊บแรกที่อ่านที่เพื่อนพิมพ์จบแล้วเริ่มพิมพ์ของตัวเองลงไปบ้าง

"อ่อ มีเหมือนกันหนึ่งที่"

คือสถานที่ที่กำหนดมีทั้งหมด 7 ที่

คือถ้าเราสองคนเลือกมาคนละ 3 แล้วปรากฏว่าเลือกมาไม่เหมือนกันเลย

โอ่ววว ฉันคงงงล่ะว่าเราสไตล์ต่างกันมากมายขนาดนั้นเลยหรือ

แล้วเราคบหา และตลอดมาเราอยู่ด้วยกันได้อย่างไร

ฮ่าาาๆ

แต่นั่นล่ะ ในความต่างร้อยแปดพันเรื่อง

เราก็เลือกสถานที่จะลงพื้นที่เหมือนกันล่ะหนึ่ง "เกาะยาวน้อย พังงา"

เลือกได้แล้วก็มาเริ่มลุยกันเลย

....

ทุกอย่างนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ปรากฎเพียงพอร์ทฟอลิโอของแต่ล่ะคน

เพื่อนเขียนบทความเก่ง(ไม่แปลกใจเลย) ผลงานของเพื่อนจึงส่งเป็นงานเขียนซะส่วนใหญ่

ส่วนฉันรึ? เขียนก็ไม่ได้เก่งอะไร แต่ดันอยากจะส่งบทความจากบล็อคของตัวเองบ้าง

แต่พอเจอคอมเมนท์จากเพื่อนกลับมา เงิ้บบบบค่ะ เลยขี้เกียจไปเลย (ขี้เกียจแก้น่ะ)

แต่บอกเพื่อนกลับไปแค่ว่า "เดี๋ยวจะส่งผลงานอื่นเข้าไปแทน เป็นภาพถ่ายพร้อมคำคมๆ"

นั่นแหล่ะมุมถนัดของฉันล่ะ เลือกภาพถ่ายของตัวเองที่ชอบ แล้วก็ใส่คำคมๆ บาดเฉือนไป

สั้นๆ แต่เฉียบ (ซึ่งก็เป็นอะไรๆที่เป็นปกติของชีวิตอยู่แล้ว แค่ดึกออกมา ด้วยหัวใจ)



ทุกอย่างยังดำเนินต่อไป

มาถึงการให้เหตุผลที่เลือก กับแผนประชาสัมพันธ์ และคลิปแนะนำตัว

บอกเลยว่าเหตุผลนี่ฉันตันมากเลยค่ะ เพราะฉันมีเหตุผลแค่ว่า อยากไปทะเลใต้สวยๆ และดูชีวิตชาวประมง

แค่นั้นเลย...

พอถึงวันประชุม โอ๊โหววววว เพื่อนสรรหาเหตุผลมาจากไหนเนี่ย

บอกเลยว่าฉันนึกไม่ถึงจริงๆค่ะ

เหตุผลที่เพื่อนอัดแน่นเข้าไปเต็มช่องว่างบนหน้าใบสมัคร บอกเลยว่าไม่เหลือสักบรรทัดค่ะ

จบบรรทัดได้เป๊ะม๊ากกก

แผนฯเพื่อนก็จะเขียนให้

โอ่ยบอกเลยว่าชอบค่ะ เพราะสมองของฉันมันต้องใช้เวลาเคาะสนิมนานอยู่พอสมควร

ขอเป็นแค่กองหนุน กำลังเสริม สำหรับงานเขียน หรืออะไรที่ต้องวางแผน หน้าที่นี่ยกให้เลยค่ะ ฮ่าาๆ

แต่เพื่อนก็ยอมค่ะ ยอม.. และยกคลิปให้ฉัน

ป๊าาาดดด บอกเลยเครียดค่ะ เครียดเพราะว่าไม่เคยเลยที่จะมานั่งตัดต่อวีดีโอ

ไม่เคยทำเลย

มาจนมุมหลายๆวัน แค่เลือกว่าจะใช้ตัวโปรแกรมไหนในการตัดต่อ

หลายวันจริงๆค่ะ จนวันนึงที่ได้มีโอกาสเจอเพื่อนเก่าคนหนึ่ง ซึ่งเขาเองก็เก่งเรื่องนี้พอสมควร

ลองสอบปากคำ เอ้ยย ถามหาคำแนะนำ เขาก็ยกโปรแกรมตัวหนึ่งให้มา sony vegas

หลังจากที่กลับมา 3 คืนค่ะ 3 คืนที่ใช้ในการเรียนรู้พื้นฐาน เทคนิคที่ต้องใช้สำหรับคลิปของเรา

ค้นหาคนสอน youtube แม้แต่ไฟล์ .pdf ร้อยกว่าหน้า อ่านมันเข้าไป หัดมันเข้าไป

เครียดค่ะ เครียดมาก เพราะกลัวจะเป็นไม่ทัน กลัวทำไม่ได้ กลัวออกมาไม่ดี

บอกเลยว่า ถ้านี่เป็นโปรเจคของฉันคนเดียว คงล่มไปแล้ว

แต่นี่เป็นโปรเจคของเราสองคน

ก็เลยต้อง "เติมน้ำมัน" ให้ถึงที่สุด



-หน้ากลม-


ปล. เติมน้ำมัน ภาษาจีนพูดว่า เจียโหยว และแปลได้อีกอย่างว่า "สู้ๆ"

ปปล.ลืมบอกที่มาของชื่อ NJ Together ค่ะ
ตอนแรก N=Noom , J=Jaoa
(รู้สึกส่วนตัวว่า NJ เหมือนเครื่องเล่นดีวีดี เพื่อนมาบอกอีกที อันนั้นมัน AJ ... แป่ว หลงผิดมาเสียนาน เอิ่กๆ)
แต่อยากได้ความหมายให้มันลึกซึ้งมากกว่านี้ มากกว่าชื่อของทีม
หันไปเจอของขวัญชิ้นหนึ่งที่เพื่อนซื้อให้ มีคำสลัก "Journey"
นี่ไง ได้ความหมายของ J แล้ว J=Journey
แล้ว N ล่ะ N อะไรดี N=New ล่ะ
NJ=New Journey
ส่วน Together เพื่อนก็เป็นคนเสนอมาเองค่ะ
เพราะบอกว่า ครั้งหนึ่งฉันเคยสะกดผิด จนต้องเปลี่ยนหนี เอามาเป็นชื่อทีมคราวนี้จะได้จำได้
แต่ประเด็นคือ ไอ่ที่ฉันเคยสะกดผิดมัน future นะ และตอนนี้ก็สะกดถูกแล้วด้วย


NJ Together