HOME
26 มิ.ย. 2557
ครั้งสุดท้าย
"อยากให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ที่ฉันจะมานั่งร้องไห้ เสียใจอยู่แบบนี้"
ฉันบอกตัวเองแบบนั้นเสมอ
เสมอมาตั้งแต่ต้นปี หรืออาจจะนานกว่านั้น
และวันนี้ ฉันก็ยังบอกตัวเองอยู่แบบนั้น
๑๐ ปีที่ผ่านมา
ครั้งนี้คือครั้งที่ฉันเสียใจ และทรมานมากที่สุด
การบ้างาน อ่านหนังสือ บ้าดูหนัง ดูการ์ตูน
ไม่สามารถทำให้สมองของฉันหยุดคิดถึงเรื่องเธอได้แม้แต่เพียงนาทีเดียว
แม้แต่นาทีเดียวจริงๆ
ฉันนั่งทำงาน มือเขียนหนังสือ นิ้วกดเครื่องคิดเลข
แต่.. สมองของฉันกลับแบ่งคิดเรื่องตัวเลขที่อยู่ตรงหน้า
กับเรื่องเธอ ที่อยู่ห่างแสนไกล
ฉันเข้าโรงงานไปทำงาน งานที่ทำให้เหนื่อยล้า เสียเหงื่อ
ร่างกายทำงาน มือจับอุปกรณ์มั่น
แต่ใจก็ยังคิดถึงแต่เรื่องเธอ
ความเงียบระหว่างขับรถไปกลับที่ทำงาน
ฉันไม่สามารถเปิดเพลงใดๆให้บรรเลง
เพราะกลัวเพลงบางเพลงจะสะกิดหัวใจตัวเอง
ก็เลยต้องปิดเครื่องเสียง และฟังเพียงเสียงเครื่องยนต์
และหัวใจตัวเอง
การเข้าไปดูโลก social ดูจะทำให้ฉันกลัวเหลือเกิน
กลัวจะไปเจอเรื่องเธอ ที่จะมาทำร้ายจิตใจ
การออกห่างจากโลก แล้วมาอยู่ในโลกตัวเอง
คงจะดีกว่าสำหรับฉัน
การที่ยังกินได้ และนอนหลับ ถือว่าดีมากแล้วสำหรับช่วงเวลานี้
แต่ก็ยังมีปัญหา ที่การนอนหลับ มันยังทำให้ฉันฝันถึงเธอ
จนบางฉากที่ฝัน ฉันไม่อยากตื่นขึ้นมาเจอโลกความจริงนี้เลย
อยากหลับไป ไม่ต้องตื่น
(ดูเหมือนการหลอกตัวเอง จะเป็นทางเดียวที่ยังทำให้ฉันยิ้มได้)
ความอัดอั้นใจในตอนนี้
คือฉันไม่สามารถโกรธ หรือเกลียดเธอ
แต่ก็ไม่สามารถรักเธอให้เหมือนเดิม
หรือแม้แต่จะเป็นเพื่อนเธอ อย่างที่เธออยากให้เป็น
ฉันทำได้เพียงแค่ปล่อยเธอไป
และแบกความเจ็บปวดไว้แต่เพียงผู้เดียว
อาจเพราะฉันรู้ รู้ดีทุกอย่าง
รู้ว่าเธอโหยหาอะไร
รู้ว่าเธอมีความจำเป็นอะไร
ไม่ว่าจะเป็นภาระ หรือความฝัน
ฉันรู้ดี ว่าทางที่เธอกำลังเดินอยู่ในตอนนี้ คือทางที่จะทำให้เธอมีความสุขที่สุด
ทางนี้ คือทางที่เธอจะได้มาซึ่งทุกสิ่งที่เธอปรารถนา
เพราะรู้ดี ฉันจึงได้แค่ปล่อยเธอไป
ฉันดูเป็นนางเอกมากไปไหม
คงไม่ถึง.. เพราะฉันเป็นแค่ตัวประกอบ
สิ่งที่เสียใจ
คือ.. ฉันกับเธอไม่น่ากลับบ้านพร้อมกันเลย
เราไม่ควรเจอกัน
ฉันไม่ควรถือโอกาส ตอนที่เธอกำลังมืดแปดด้าน
เสนอยื่นเส้นทางที่เห็นแก่ตัวให้เธอ
เธอไม่ควรตอบรับข้อเสนอของฉัน
ฉันไม่ควรบอกย้ำความรู้สึกที่มีให้กับเธอ
เธอไม่ควรลังเลในความรู้สึกของตัวเอง
หรือจริงๆคือ เธอไม่ควรกลัวว่าฉันจะเสียใจ
การที่เธอยังยื้อเอาไว้นั่นแหล่ะ
คือสิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจมากที่สุด
ถ้าไม่ได้รัก ก็บอกฉัน ว่า อย่ารักเธอ
หรือแม้แต่การให้ความหวังต่างๆ
เธออาจจะไม่ได้ตั้งใจให้
แต่เธอไม่รู้หรือว่าฉันจะคิดไปได้ไกลแค่ไหน
และการให้
และพังมันซ้ำๆ
คนที่ผิดหวัง ต่อให้เข้มแข็งแค่ไหน ก็รับไม่ไหวหรอก
ในวันนั้น
หากฉันทำตามใจ และโอบกอดเธอไว้
ไม่สิ ไม่
เราไม่ควรเจอกัน
ฉันไม่ควรรู้เรื่องของเธอ
ถ้าไม่มีวันนั้น
วันนี้ก็คงไม่รู้สึกแบบนี้
สิ่งที่ทำให้ฉันไม่สามารถยืนอยู่ข้างๆเธอได้อีก
คือความจริงที่ว่า
ฉันไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย
ไม่รู้จริงๆ ว่าฉันเป็นตัวอะไร
เธอบอกว่าฉันเป็นหนึ่งในคนสำคัญในชีวิตเธอ
แต่สำคัญในแง่ไหน
ฉันได้บอกเธอไปแล้ว
ว่า ฉันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น
ฉันรู้ดี
เธอรู้ยิ่งกว่า
เธอไม่มีฉันคงไม่เป็นอะไร
ดีแล้ว
ถึงแม้ว่าฉันจะหนีความจริงไม่พ้น
แต่ก็ดีแล้วล่ะ
ที่เธอยังเดินไหว และยิ้มได้
จริงๆ ฉันไม่อยากห่างเธอไปแบบนี้เลย
อยากให้เหมือน ๑๐ ปีที่ผ่านมา
ที่ไม่ว่าจะไกลกัน หรือไม่ได้เจอกันยังไง
เราก็ยังเหมือนเดิม
ให้เธอรักใครๆก็ได้
เพียงแค่ให้ฉันอยู่ข้างๆเหมือนเมื่อก่อน
แค่เวลาอยู่ด้วยกัน มีฉันแค่คนเดียว
อยากให้เป็นแบบนั้น
แต่.. ฉันไม่มีแรงเลย
คลำทางหาแสงสว่าง
กลับพบแต่ทางที่มืดมน
ความเจ็บปวด
ทำให้ฉันก้าวขาไม่ออก
แม้เราจะเว้นช่องว่าง ห่างๆไว้แบบนี้
โดยที่ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ มาอธิบาย
แต่ฉันไม่มันใจเลย
ว่าช่องว่างที่เราเคยเว้นเอาไว้ให้กันและกัน
และเวลาที่ใช้
มันจะทำให้ฉันเหมือนเดิมได้หรือเปล่า
ฉันพยายามแล้ว
แต่เธอพยายามหรือเปล่า
ความเจ็บปวดที่เธอรู้สึกในตอนนี้
คงไม่ต่างจากฉัน
เธอรู้สึกไม่มีค่าในสายตาเขาเช่นไร
ฉันก็รู้สึกไร้ค่ากับเธอเช่นนั้น
อย่าพูดเพื่อเพียงผ่านไป
เพราะฉันเป็นคนจำ
เธอเป็นคนลืม
ถึง เธอ.. คนที่เธอก็รู้ว่าเป็นเธอ
-หน้ากลม-
กับวันที่.. ทำหมาหายไป
กับวันที่.. อยากเป็นคนความจำสั้น หรือเสื่อมไปเลย
และ
กับวันที่.. พรุ่งนี้ฉันจะไม่ร้องไห้กับเรื่องนี้อีกแล้ว น้ำตาในเดือนนี้คงมากพอแล้ว
22 มิ.ย. 2557
ไกลเท่าเดิม
บุรินทร์ จาก Groove riders
นักร้องที่มีคนแนะนำให้รู้จัก
(ด้วยบทเพลงเธอทั้งนั้น)
แต่เพลงนี้
"ไกลเท่าเดิม"
รู้จัก
และลึกซึ้ง
ด้วยตัวเอง
-หน้ากลม-
กับวันที่.....
ขอความสงบสุขมาสู่จิตใจของข้าพเจ้าโดยเร็ววัน
14 มิ.ย. 2557
รัก.. ให้เข้มแข็ง
"มีเพียงรักครั้งแรกเท่านั้น ที่เป็นรักที่จริงจังมากที่สุด"
มีคนบอกฉันมาแบบนั้น
สำหรับฉัน ตอนนี้คงไม่สามารถพิสูจน์มันได้
จำไม่ได้จริงๆว่าที่ผ่านมาฉันได้รักใครไปแล้วหรือยัง
กับ "หนุ่มน้อยนิว"
คนที่ไม่เคยคุย ไม่เคยได้ใกล้ชิด
แต่แค่เห็นหน้า หัวใจมันบอกว่า "แม่งหน้าตางี้สเปกเลย"
แล้วก็ผ่านไป โดยที่ไม่เคยได้เห็นหน้าเขาอีก
จบเพียงบันทึกหนึ่งหน้า บอกความรู้สึกลงไปในสมุดบันทึก
กับ "แอน" สาวน้อยจากหมู่บ้านข้างเคียง
เด็กสาวที่มาแนวแฟนคลับ
ครั้งนั้นฉันเป็นนักกีฬา ห้าว ลุย (แมนๆประมาณนั้น)
ผลคือ มีแฟนคลับเป็นผู้หญิงอยู่หลายคนเลย
ทั้งรุ่นน้อง รุ่นเดียวกัน ไปจนถึงรุ่นพี่
แต่แอนบุกยิ่งกว่า
ขอเบอร์เพื่อโทรหา
ที่อยู่เพื่อเขียนจดหมายคลาสสิกส่งตรงถึงบ้าน
โน๊ตน้อยบอกคิดถึง เป็นห่วง อยู่ทุกๆวัน
สำหรับฉัน ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ดูกุ๊กกิ๊กๆแปลกๆ
แต่เมื่อเขาเขียนมาเราก็เขียนกลับไป
มีจดหมาย มีบันทึกมากมาย
จบด้วยการย้ายถิ่นฐาน แล้วก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
กับ "น้องปุ้มปุ้ย"
น้องสาวสุดน่ารัก บอกจริงๆว่าปลื้มเธออยู่มาก
ความเก่ง ความน่ารัก ความเรียบร้อย
ใส่ใจเขาอยู่ทุกครั้งที่พบเจอ
ได้เพียงแค่ใกล้ชิดในระยะที่เป็นได้
จบด้วยความผิดหวังในธาตุแท้ และย้ายโรงเรียน
(ปัจจุบันยังเห็นเธอวนเวียนอยู่ในเฟสบุ๊ค ทำให้คิดถึงช่วงเวลานั้นเสมอๆ)
กับ "เพื่อนรุณ"
ไม่เคยเลยไปถึงเป็นความรัก
เพียงแค่.. มันอาจดีกว่าที่มีคนมารักเราด้วยความจริงใจ
เป็นคนแรกที่มอบแหวนคู่ให้
แต่ฉันใส่มันไว้ที่ขวามือ
ใส่.. เพราะไม่ได้คิดอะไร
(เพราะถ้าคิดคงใส่นิ้วนางข้างซ้าย)
สุดท้ายก็ไม่ได้ใส่ ทิ้งไว้ที่บ้าน พี่สาวเอาไปใส่ และหายไป
(ต่อๆ)คนที่ทำให้ฉันถึงกับเคยเสียน้ำตา (แม้เพียงไม่กี่หยด)
ในวันที่เขาจะบอกลาจาก
แต่วันนั้นฉันกลับยื้อเขาไว้ (เพราะอะไร?)
และพอกลับมา ฉันกลับเป็นฝ่ายเย็นชา และเหยียบย่ำความรักของเขา
จบด้วยอยู่ห่างๆในฐานะเพื่อน (ที่เขาไม่เคยคิดซื่อ)
กับ "ลุงหมูหรือป้อ"
คนที่มอบบ๊อบบี้น้อยตัวแรกให้(ซึ่งก็ยังอยู่ดี)
และบ๊อบบี้โต๊โต(ตัวที่เคยเอาออกมากอดแค่ครั้งเดียว)
หลังจากนั้นฉันก็หลงรักบ๊อบบี้เข้าเต็มเปา
บ๊อบบี้ที่กลายมาเป็นเพื่อนทุกข์เพื่อนสุข
(อ่าว ไปถึงบ๊อบบี้ซะงั้น)
คนนี้เป็นเพื่อนกันแบบไม่เคยคิดอะไรเลย
เพื่อนกันพันก้าว (พาขึ้นภูกระดึงพร้อมกับบุ๋ม)
จนก้าวไม่ออก เมื่อวันที่เขาบอกรัก
แต่เพราะเป็นเพื่อนจึงทำอะไรไม่ได้มาก
ไม่อยากเสียเพื่อน
แต่ยังดีที่เราอยู่ในระยะที่ปลอดภัย
จบด้วยเขารอไม่ไหว มีแฟนไปแล้ว (ฮาาาา)
กับ "ไอ่อั้ม"
ไม่เคยเลยที่เขาจะทำอะไรๆให้
เพียงแค่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
เมื่อครั้งนั้นฉันถึงได้ตามเขานัก
เรียกได้ว่าหลงล่ะมั้ง
หลงด้วยอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน
เวียนไปพบเจอ
ดูหนัง กินข้าว
ฟังเขาดีดกีต้าร์ ร้องเพลง
เฝ้าเขาเล่นเกมส์
ทิ้งเพื่อนสนิทเพื่อไปอยู่กับเขา
จบแล้ว จบด้วยความเกลียดชัง แม้จะไม่เคยได้รัก (อโหสิกรรมนะ)
กับ "พี่โจ้"
รุ่นพี่สุดน่ารัก
ณ ห้วงเวลานั้นที่ได้สบตา
คือช่วงเวลาที่ฉันอายที่สุด เขินจนหน้าแดง
ไม่ถึงกับรัก ชอบหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆฉันปลื้มในหน้าตา(สมัยโน้นน่ารักมาก)
ครั้งหลังได้มาเจอ พยายามทอดสะพาน
เป็นคนเดียวจริงๆที่ฉันเอ่ยปากชวนกลับบ้านด้วยกัน
หรือแม้แต่อยากให้พาไปเที่ยว
แต่พี่เขาก็ไม่เคยก้าวข้ามมา
เพียงแค่ยืนอยู่ที่ตีนสะพานอีกข้าง
เพราะเขาคิดว่า เราอยู่สูงเกินไป
จบด้วยความรู้สึกดีๆ ที่ไม่เคยลืม (เอ๊ะ หรือยังไม่จบ)
กับ "คุณเอกหรือคุณบอล"
คนที่ฉันเปิดใจให้มากที่สุด
อาจเพราะเขามีสิ่งที่ฉันโหยหา
การดูแล ความเอาใจใส่ ความรัก ความหวังดี
ทุกๆอย่างที่เขามอบให้
มอบให้ในช่วงเวลาที่ฉันต้องการมันยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
มีเขาอยู่ด้วย ฉันจะไม่ฟุ้งซ่าน
และลืมเลือนเรื่องที่เข้ามาทำให้จิตใจฉันอ่อนแรง
เพียงแต่.. การแวะเวียนมาหาในภายหลังจากนั้น
มันกลายเป็นความอึดอัด
และฉันพบว่า ฉันอยากอยู่คนเดียว
ด้วยรู้สึกผิดต่อใครอีกคน
จบด้วยความไม่เข้าใจ และฉันที่เฉยชา(เขาว่างั้น)
กับ "นายทหารเอ"
คนดีๆ ดีมากกก ดีจนแทบจะเกินไป
ต่อให้ฉันเย็นชา รำคาญ เขาก็ไม่เคยย่อท้อ
คิดว่าสักวันฉันจะต้องใจอ่อน
เพียงแค่.. วันนี้ฉันเพียงรู้สึกดี
ที่มีคนเป็นห่วง คนที่คิดถึง
คนที่อยู่ด้วยในห้วงเวลาเหงาๆ
จริงๆคือ ฉันดีใจที่มีเขาเป็นเพื่อน
ตอนนี้ยังไม่จบ
แต่ฉันคิดว่าฉันรู้ตอนจบของบทนี้แล้ว
(จะต้องทำเขาเจ็บอีกแค่ไหน กว่าเขาจะยอมแพ้
แล้ววันที่เขายอมแพ้ ฉันจะเสียใจไหมนะ)
กับคนสุดท้าย "จ๊ะโอ๋"
คนที่ทำให้ฉันยิ้มและร้องไห้ได้ในเวลาเดียวกัน (เก็บน้ำตา)
สมัยโน้น แอบมองหา พร้อมๆกับหลบหน้า
ผ่านๆมาก็เป็นเพื่อนคุย แชร์ชีวิตกันและกันอยู่ทุกวันๆ ทุกๆคืน (สมัยโน้นไม่รู้มีอะไรคุยกันนักหนา)
คิดถึง เป็นห่วงอยู่เสมอ (หลายๆครั้งก็เกินไป จนลืมห่วงตัวเอง)
ยอมลำบากลำบนไปหาถึงอีกฟากของกรุงเทพ (เอกมัย)
เอาใจ ยอม(เกือบ)ทุกอย่าง
ใจอ่อนให้กับความเป็นเขาอยู่ตลอด
แคร์เขามาก(เกินไป)
(หลายๆครั้งก็อยากให้เขา(พยายาม)แคร์ฉันบ้าง)
ในวันที่ฉันอ่อนแอ เขามักจะอ่อนแอยิ่งกว่า (จะบังเอิญไปไหน)
ฉันจึงต้องเข้มแข็ง เพื่อที่จะดูแลเขา (เคยดูแลกันรึป่าว??)
...เพียงแต่ มันคืออะไร
ความรัก งั้นหรอ???
จนเมื่อฉันแน่ใจว่ามันใช่ความรัก
แต่หรือ ฉันจะเข้าใจผิดไป
ฉันยังไม่มีโอกาสได้พิสูจน์เรื่องนี้
เพียงแค่ตอนนี้ฉันเชื่อว่ามันใช่
ฉันอยากให้เขาเป็นคนที่เดินไปพร้อมๆกับฉัน
เป็นคนที่ฉันอยากดูแล และดูแลฉัน
อยากให้เป็นคนที่ฉันเห็นหน้าตอนแก่ (แก่ไปพร้อมๆกัน)
ตอนนี้ยังไม่จบ เพราะฉันยังยื้อไม่อยากให้จบ
(แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงฝืนมาได้นานและไกลขนาดนี้
หากชั่งน้ำหนักของรอยยิ้มเทียบกับหยดน้ำตก ไม่รู้จริงๆว่าอันไหนหนักกว่ากัน)
แม้จะรู้ถึงตอนจบดี
แต่ก็นั่นแหล่ะ เพราะว่ารู้ดี รู้มากเกินไป
ฉันจึงไม่สามารถยอมรับตอนจบได้
เพียงแค่ปล่อยให้มันเป็นไป
จนกว่าจะถึงเวลาที่ตอนจบมาถึง
แต่ก็ไม่รู้อีกว่า
กับช่วงเวลาแบบนี้
ตอนจบจะมาถึงเร็วกว่าที่คิดหรือเปล่า
ยังปล่อย
ปล่อยให้เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้
-หน้ากลม-
กับวันที่.. ไม่รู้ว่าใจจะเข้มแข็งได้อีกนานแค่ไหน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)