HOME

HOME

23 ก.ย. 2556

ลืม


สิ่งที่เสียใจงั้นหรอ?

คือการลืมจุดมุ่งหมายของตัวเองไปเสียสนิท

ตอนนั้นไม่เสียใจหรอก ไม่เสียดาย หรือรู้สึกว่าเสียอะไรทั้งนั้น

แต่หากเมื่อเวลาผ่านไป แล้วจิตใต้สำนึกที่อยู่ก้นบึ้งมันโผล่ขึ้นมา

เชื่อไหม? นั่นล่ะคือความเสียใจ

ผ่านไปเป็นชั่วโมง วัน สัปดาห์ เดือน หรืออาจถึงปีจนกว่าจะลืม


การลืมจุดมุ่งหมายที่ได้เคยตั้งใจไว้

ไม่แยกว่าเป็นจุดมุ่งหมายแต่เดิมเริ่มแรก หรือที่เปลี่ยนแปลงมาแล้ว ไม่ว่าจะกี่ครั้ง

นั่นก็คือจุดมุ่งหมาย

การลืมจุดมุ่งหมายไป

ก็เหมือนครั้งหนึ่งได้ลืมไปว่าตัวเองมีความหวัง


คนขี้ลืมนั้นมีมากมาย

ลืมโน่น ลืมนี่ ลืมเรื่องราว

แต่

คนเราไม่มีวันลืมหายใจ

นอกจากจะกลั้นหายใจเอง


ลืม

ลืมด้วยตัวเอง

ลืม

ลืมด้วยคนอื่น


ลืมด้วยตัวเอง

ไม่แย่เท่าลืมเพราะคนอื่น

เพราะคนอื่น

ไม่ได้หมายถึงแค่ว่าถูกเขาล่อลวงให้ลืม

แต่หมายรวมถึงเพราะมีเขาเราจึงลืมเอง


เช่น

การลืมตัวตน

ฉันชินกับการอยู่คนเดียว

ฉันชินกับการไปไหนคนเดียว

วันหนึ่ง

ฉันชินกับการอยู่กับเธอ

ฉันชินกับการไปไหนกับเธอ

ทั้งๆที่จุดมุ่งหมายแรกคือการทำอะไรด้วยตัวเอง

กลับการเป็นว่า

ฉันจะไม่ไปไหน ไม่ทำอะไร

ถ้าไม่ใช่กับเธอ


เรื่องราวมันช่างซับซ้อน

ตั้งใจจะไปคนเดียว พอมีเธออยู่ เธอไม่ร่วมเดิน ก็ไม่ไป

หยุดมันอยู่แค่ตรงนั้น

ทั้งๆที่ อยู่คนเดียวอาจไปได้ไกลกว่านี้แท้ๆ


นั่นมันมุมมองของคนโสดอย่างฉันนะ

ถ้ามีใครสักคน แล้วไปได้ไกลกว่า

จงไป

:P




-หน้ากลม-
กับวันที่รู้สึกว่า "ลืม"


ปล. ลืมอะไรก็ลืมไป แต่อย่าลืมหายใจนะ

ปปล. ที่หายไป ไม่ได้หายไปไหน แค่รู้สึกเหนื่อย เบื่อ...  ไม่พร้อมเดินทาง

18 ก.ย. 2556

ภูมิคุ้มกัน


"ภูมิคุ้มกัน"


เชื่อจริงๆ

ว่าสภาวะแวดล้อมจะมีผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

การอยู่ใกล้อะไร หรือใครมากๆ ก็มักจะติดนิสัย การแสดงออก มาด้วยบ่อยๆ

ทั้งโดยที่รู้ตัว หรือไม่รู้ตัว

และไม่ว่าจะนิสัยดีๆ หรือเสียๆ ก็สามารถติดมาได้หมด

เหมือนเป็นโรคติดต่อ

สามารถแพร่เชื้อได้ ไม่ต้องสัมผัส แค่อยู่ใกล้ๆ

สำหรับนิสัยดีๆ อยากติดก็ติดไป อะไรที่ว่าดีก็ทำไป เลียนไป จนเป็นนิสัย ก็ดี

แต่นิสัยเสียๆ จะทำยังไงให้ตัวเองไม่ติด สร้างภูมิคุ้มกัน หรืออย่างไร

หลายๆคนอาจจะบอกว่า "ก็อย่าไปใกล้สิ"

นั่นคือทางออกสำหรับคนที่ไม่ต้องอยู่ใกล้ หรือพบปะกัน

แต่เมื่อได้ชื่อว่า คนใกล้ตัว ใกล้ขนาดนี้แล้วจะไกลได้อย่างไร

เลี่ยงไม่ได้ ก็สร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง

แล้วจะสร้างอย่างไรล่ะ?

สร้างที่กายไม่ได้ ต้องสร้างที่ใจ

แล้วสร้างภูมิฯที่ใจยังไงล่ะ?

สร้างความเป็นตัวตน

แล้วอะไรคือเป็นตัวตน?

.....


สิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่าง

คือความรู้ผิดชอบชั่วดี

เอาเป็นว่าเรารู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี

อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ

เราต่างรู้ๆกันดี

ไม่ว่าสิ่งที่ดีหรือไม่ดีนั้น จะมาจาก

คำสั่งสอน 

หรือกฎกติกาทางสังคม

อะไรเทือกนี้

เราต่างรู้

แต่สิ่งที่ทำให้คนแต่ละคนต่างกันไปอีก

นั่นคือจิตใต้สำนึก

ทำ หรือไม่ทำ

อยู่แค่นี้เอง

นั่นหมายความว่า

เราพึงระลึก และยึดมั่นในสิ่งที่ทำ ที่ดี

เราเป็นอย่างไร เคยดีอย่างไร ก็จงดีต่อๆไป

คนรอบข้างจะเป็นอย่างไร

แต่เราอย่าเสียตัวตนของเราเอง

ตระหนักรู้ว่าตัวเองเป็นอย่างไรนั่นล่ะ

ภูมิคุ้มกันดีๆนี่เอง



-หน้ากลม-
กับวันมีสาระ

หมายเหตุ
ไม่ได้คิดจะมาสอนใครหรืออย่างไหร
เพียงแค่ เตือนสติตัวเอง
ผิดถูก ก็แค่ความคิด ของหน้ากลม

ฮักโฮม โฮมฮัก


14-15 กันยายน 2556

ฉันได้มีโอกาสออกค่ายอาสา

กับกลุ่มอาสาอุ่นไอใจร้อยใจ

@บ้านโฮมฮัก ยโสธร


ไม่มีคำบรรยาย

เพราะเขียนไปแล้วใน "To day is Sunday"

มีเพียงภาพประกอบเล็กๆน้อยๆ ที่พอจะลงได้



ผลงานของน้องๆ ดูเอาเถอะว่ารูปอะไร
ปล.ตั้งชื่อรูปเอง :P

บ้านของเรา

ครอบครัวของเรา

จินตนาการของเรา

ฝันของเรา

ดอกกุหลาบให้พี่ๆ พร้อมด้ายมัดข้อมือ (เรียกขวัญ)

เปิดใจ

โฉมหน้าอาสา (บางส่วน)

ดูดีอ่ะ 555



ขอบคุณสำหรับความอบอุ่น(ใจ)ที่มอบให้กัน

หน้ากลม
กับวันอุ่นๆ

10 ก.ย. 2556

โซเชี่ยล


"Social network"

เมื่อเอ่ยขึ้นมาก็จะนึกถึง

Facebook
LINE
Whatsapp
Tweeter
Google+
Instagram
Wechat

ส่วนเจ้า MSN ที่เคยรู้จักกันดีสมัยเรียน
ตอนนี้หายไป เลิกเล่นแล้ว
ใช้ skype แทน
แต่ก็ไม่ค่อยจะมีใครเล่นกันแล้ว
หันมาคุยผ่าน LINE หรือไม่ก็ Facebook แทน

Network พวกนี้ ทำให้โลกแคบลง

ทำให้คนมีโอกาสรู้จักกันมากขึ้น

ทำให้คนใกล้กันมากขึ้น

รึป่าว?



โดยส่วนตัว

"ทำให้โลกแคบลง"
มันแคบลงตรงไหน โลกก็ยังกลม ยังใหญ่เท่าเดิม แถมพื้นที่ใช้สอยยังน้อยลงๆเรื่อยๆ

"ทำให้คนรู้จักกันมากขึ้น"
รู้จักกันจอมปลอมน่ะสิ ทำให้หลอกลวงกันง่ายมากกว่า

"ทำให้คนใกล้กันมากขึ้น"
มากขึ้นสำหรับคนไกล แต่คนใกล้ๆยิ่งห่างกัน  อยู่ใกล้ๆกันดีกว่าไหม?


ไม่ใช่ว่าฉัน Anti กับอะไรๆพวกนี้นะ
ฉันยอมรับว่ามันก็สะดวกดี
"สะดวก"
ในบางเหตุการณ์
ในบางสถานที่
กับบางคน


..


แล้วประเด็นคืออะไรเนี่ย
เอาเป็นว่า
สำหรับคนไกลๆ
เวลาที่เราใกล้กัน
ก็ขอให้มีแต่เรา
อย่าได้คิดถึงคนอื่น
โดยเฉพาะอิโซเชี่ยลเนตเวิร์ค



-หน้ากลม-
กับวันเบื่อเฟส

ขอให้ใจเราใกล้กัน

3 ก.ย. 2556

ตามทัน


ดูเอาเองเทิดหนา

ทำอะไรไว้กับคนอื่น สักวันผลมันจะกลับมาสู่ตัว


ฉันเคยดูแคลนความเป็นห่วงที่ใครๆมอบให้

หากแต่วันนี้ฉันเองยังถูกหมางเมิน


ฉันเคยทำใครคนหนึ่งร้องไห้

หากแต่วันนี้ด้วยเหตุผลเดียวกัน ฉันเองก็เสียน้ำตา


ฉันเคยเฉยชากับความคิดถึงที่ใครๆมอบให้

หากแต่วันนี้มันไร้ซึ่งความหมาย


ฉันเคยรำคาญผู้คนเหล่านั้น

หากแต่วันนี้ฉันเองกลายเป็นคนน่าเบื่อ


ฉันเคยทำเขาเจ็บมาเท่าใด

หากแต่วันนี้ฉันเจ็บมากกว่า



ดูเองเทิด ว่าเคยทำอะไรไว้

เคยไม่เห็นความสำคัญของคนที่รักเรามากเท่าใด

วันนี้ก็ถูกหมางเมินไม่ต่าง


เขารอให้เราพบว่าเขายืนอยู่ตรงนั้นอย่างไร

เราก็รอให้เขาเห็นว่ามีเราอยู่ใกล้ๆ

ไม่ต่างกัน


ต่างที่ว่า..

ฉันเป็นคนถูกรัก หรือ รักคุณ




-หน้ากลม-
กับวันปลงตก

1 ก.ย. 2556

ผิดที่เวลา แต่เจ็บที่ใจ


"แยมรู้ไหมน้าหนีมาทำไม?"

"การที่เรารักใครสักคนหนึ่ง แล้วคนที่เรารักเขามีเจ้าของแล้ว มันเป็นการรับรู้ที่ทรมานมาก และยิ่งเรารู้ว่าเขารักกันแค่ไหนมันก็ยิ่งทรมาน และจะสาหัสเข้าไปอีกถ้าเราเลือกที่จะเป็นมือที่สาม เราต้องเก็บทุกความรู้สึก รอให้เขาหันมาว่า...เราอยู่ตรงนี้"



"ผิดมากใช่ไหม?"

"ถ้าจะผิดคงผิดที่เวลา"

แต่เจ็บที่ใจ



จากบทสนทนาของภาพยนต์... อยากรักก็รักเลย

โกรธ = โง่


ความโกรธ นี่

ก่อให้เกิดความอึดอันได้

แม้แต่ในความฝัน


เมื่อคืนฉันฝันว่าฉันกลับบ้าน กลับบ้านกับเพื่อนรัก

ตอนแรกก็ไม่มีอะไรสำคัญใดๆ จนเมื่อจะเดินทางกลับ

ฉันอาบน้ำ กำลังจะหาเสื้อผ้าเปลี่ยน

ปรากฎว่า ฉันหาเสื้อใส่ไม่มีสักตัว

ทั้งในตู้เสื้อผ้าห้องของฉัน ห้องของแม่ ตู้ใหญ่ข้างนอก

ทุกๆที่ไม่มีเสื้อผ้าของฉัน

ฉันโมโหพี่สาว โมหาแม่ ที่หาเสื้อผ้าให้ฉันไม่เจอ

โมหาแบบไร้สาระมาก

เพื่อนรักสตาร์ทรถรอฉันแล้ว เมื่อเห็นฉันเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

แต่ฉันไม่มีเสื้อผ้าให้ใส่ แล้วเพื่อนก็ดับเครื่องแล้วก็รออีกครั้ง

เพราะฉันไม่ชอบให้ใครรองั้นหรอ

ฉันจึงโกรธพี่ โกรธแม่

หรือเพราะฉันไม่พอใจที่ไม่มีใครเห็นฉันสำคัญ

ฉันจึงโกรธพี่ โกรธแม่

เพราะอะไร

เหมือนในความฝันฉันโกรธไป แบบไม่มีเหตุผลเลย


สุดท้ายฉันก็หยิบชุดเก่าๆ อยู่ก้นตู้ขึ้นมาใส่ แล้วก็รีบออกจากบ้านขึ้นรถ

ฉันให้เพื่อนฉันเป็นคนขับ

เพราะฉันอารมณ์ไม่ดี และเหนื่อยมาก

ก่อนจะออกไป ฉันยังจะมาโกรธพ่ออีก

เพราะพ่อคยั้นคยอให้ฉันเอาขันขึ้นรถเป็นสิบๆ ไม่รุว่าเพื่ออะไร

ในฝันเหมือนฉันจำเป็นต้องใช้มัน แต่ ณ เวลานั้นฉันไม่ต้องการ

ฉันให้เพื่อนขับรถออกมาโดยทิ้งความโกรธไว้เบื้องหลังกับคนในครอบครัว

เพื่อนพยายามถามและปลอบประโลมฉัน

และเล่าให้เพื่อนฟัง พร้อมๆกับกลั้นน้ำตา

ฉันจำไม่ได้ว่าเพื่อนปลอบฉันว่าอย่างไร

ฉันจำได้แค่ฉันยิ้มให้เพื่อนน้อยๆ

แล้วความอึดอัดก็แพร่เข้าปกคลุมในหัวใจ


ฉันตื่นนอน

ฉันดูนาฬิกา

06.20 น.

อีก 10 นาทีก่อนนาฬิกาจะปลุก (ตั้งไว้ 06.30 น.เพื่ออาบน้ำไปวัด)

ฉันยังนอนอยู่บนเตียง

ปิดตาแล้วนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในฝัน

ณ เวลานั้น

ความอึดอัดที่เกิดขึ้นในฝัน

มันแพร่เข้ามาอยู่เต็มหัวใจ

รู้สึกได้ ว่าอึดอัดมาก อึดอัดที่หัวใจ

ฉันไม่อยากตื่นเลย

ความอึดอัด ทำให้ฉันไม่มีแรงพอที่จะลุกไปทำอะไรใดๆ

แต่สุดท้าย 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

เพราะฉันสัญญาไว้กับตัวเองรึป่าวว่าจะไป

ฉันจึงลุกออกจากเตียง

ตามเสียงนาฬิกาบอกเวลา 06.30 น.

ไปวัด

เข้าป่า

เพื่อชะล้างจิตใจ

วัดป่าอัมพวัน




ในฝันนั้น

ทุกคนที่ปรากฎกายขึ้นในฝัน ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ฉันรัก

คนที่ฉันเรียกเขาว่าครอบครัว

อารมณ์นั้น ไม่เลือกแสดงต่อใครเลยจริงๆ

ความโกรธทำให้คนโง่

โง่ดักดาน

คำปลอบประโลมใดๆ

แม้จะมาจากคนที่คุณรักสุดหัวใจ

ก็หาได้ช่วยทำให้ส่างโง่ได้

อารมณ์โง่ๆที่เกิดขึ้น

ก็มีแค่ตัวเองเท่านั้นเองที่จะดับให้หายไปได้

คนรอบข้าง ทำได้เพียงแต่ชี้ทาง

ตัวเองนั่นล่ะ 

คืนคนที่ต้องเดินต่อไปเอง

จะได้เลิกโง่ซะ





-หน้ากลม-
กับวันอาทิตย์ที่มีความหมาย