HOME
30 ธ.ค. 2557
ความรักคือความสั่นไหว
ความรักหน่อ
ทำไมเจ้าจึงสั่นไหวหัวใจฉันนักหนา
ลืมตาดูโลกมาจะ ๒๖ ปีแล้ว
ได้รู้จักความรัก แม้ไม่มากมายหลากหลาย แต่ก็มากพอให้อบอุ่นหัวใจ
รักแม่ รักพ่อ รักยาย รักพี่ รักหลานๆ
รักเพื่อน
และรักเธอ
รักอื่นๆไม่หวานอมขม เหมือนดั่งรักเธอ
รักที่เก็บไว้เป็นความลับมานาน
นานพอให้เธอแกล้งไม่รู้ หรืออาจจะไม่รู้จริงๆ
แล้ว..ความลับก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป
มันดีที่ฉันจะแสดงออก บอกเธอได้เต็มปาก
แต่ก็นั่นล่ะ มันก็ยังเป็นความรู้สึกที่ฉัน.. ทั้งยอมรับและปฏิเสธ
ฉันยอมรับว่าฉันรักเธอ
และฉันก็ปฏิเสธว่ารักเธอ
ฉันคิดว่าฉันกล้าพอ
และฉันก็ว่าฉันไม่กล้าพอ
เธอคือคนที่ฉันอยากจะเลือก
แต่ก็เป็นคนที่ไม่อยากให้เลือกฉัน
ฉันไม่อยากให้มีใครครอบครองตัวและหัวใจเธอ
อยากให้ทั้งตัวและหัวใจเธอเป็นของฉัน
ถึงอย่างนั้น ฉันก็ปล่อยเธอไป
ฉันอาจบอกเธอไปแล้วว่าฉันไม่อยากปล่อยเธอไปอีก
ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง ฉันจะไม่ปล่อยเธอไป
แล้วโอกาสนั้นก็มา
แต่ฉันก็ยังปล่อยเธอไปอีก
ด้วยว่า
ฉันยังดีไม่พอ
ฉันยังดูแลเธอไม่ได้
ฉันไม่มีอนาคตให้เธอร่วมฝัน
และสิ่งเหล่านี้เขามี.. ฉันจึงต้องปล่อยเธอไป
เมื่อวันนั้น ฉัน.. ถูกเธอทิ้ง
ความรักของฉันมันแหลกสลายไป
ฉันรักเธอไม่ได้
ฉันเดินออกมาหนึ่งก้าว
แต่ก็จะช่วยเธอจนกว่าเธอจะเดินต่อไปไหว
และตอนนี้เธอก็เดินไหว และเริ่มออกวิ่ง
ฉันไม่จำเป็นต้องยืนอยู่ตรงนี้
ฉันจึงเดินออกมาอีกหลายๆก้าว
ฉันบอกว่าฉันปล่อยเธอไปแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น
ทุกครั้งที่รู้ว่าเธอต้องการฉัน
ฉันยังวิ่งกรู่เข้าไปหาเธอ โดยที่ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
ฉันเป็นแบบนั้น
จนลืมใครไปหลายๆคน
รวมทั้งคนที่รักฉัน
ทำไมถึงมีคนบอกว่า "ให้เลือกคนที่รักเรา"
เพราะคนที่รักเรา จะไม่มีวันทำให้เราเสียใจ
แต่ถ้าเราเลือกคนที่เรารัก เราก็จะกลายเป็นคนที่น่าสงสาร
ฉันจะเดินไกลเธอได้มากแค่ไหน
ฉันจะลองเดินดู.
วันนี้เราคงเดินมาไกลพอสมควร
ไกลพอให้เราคุย แคร์กันน้อยลง
ไกลพอให้เราไม่เห็นหัวใจกัน
ไกลพอให้หัวใจนี้เริ่มไม่สั่นไหว
และ.. ไกลพอ ในยามที่เราใกล้ ไม่รู้สึกถึงความอบอุ่น
ด้วยรัก
หน้ากลม.
25 ธ.ค. 2557
เนิ่นนาน
เหมือนกับว่า... มันได้ผ่านไปอย่างเนิ่นนาน
การอยู่ห่างไกลคนที่เรารัก .. ที่ไม่ควรรัก
เมื่อต้องห่างทั้งตัว และหัวใจ
มันอาจจะเป็นความทรมานชนิดหนึ่ง
ซึ่ง... มีทางเลือก
ทางเลือกว่าจะเลิกทรมาน หรือ
เลือกที่จะทรมานต่อไป
เพียงแต่... ทั้งสองทาง
เวลา.. จะช่วยเยียวยา
เมื่อเราเลือกเดินทางที่ถูกต้อง
แสงสว่างก็จะส่องถึง
ด้วยความคิดถึง.
19 พ.ย. 2557
เด็กดี.com
เมื่อวาน... มีพี่ที่ทำงานไลน์บทความหนึ่งมาให้
....
ฉันเป็นคนง่ายๆ.. สไตย์เซอๆ ที่คิดว่า ถ้าเราเป็นผู้ชายซะเองก็คงจะไม่เลือกจีบ.. .
บุคลิกฉันก็อยู่ตรงนี้แหล่ะ จืดๆ ชืดๆ ลึกๆนั่นคิดอะไรอยู่ ใครจะไปรู้ หน้านิ่งตลอด ดีใจก็แค่ยิ้ม เสียใจก็ได้แต่ทำหน้านิ่ง.. . ถึงมีเพื่อนเรียน "อ้ายก้อนหิน" "อ้ายหุ่นยนต์" บ้าง ไรงี้
แต่วันนี้.. ใจฉันบอบบางลง เพียงคนๆเดียว.. ที่เข้ามา แล้วทำให้ฉันรู้จักที่จะ "ชอบ" "ไม่ชอบ" "งอน" "ง้อ" หรือจะเป็น "รัก".. และ "เจ็บ"
การที่ได้แอบรักเธอ มันช่างทรมาน.. แต่ก็มีความสุขไปพร้อมๆกัน
เหมือนว่า.. ดีแล้วที่เป็นแบบนี้ .. อย่างให้อยู่อย่างนี้ตลอดไป
..
แล้ววันนึง การที่เราต้องห่างหายกันไป ไม่นานหรอก เพียงแค่ 1 เดือน ที่ไม่โทรหากันเลย ไม่เจอกันเลย ไม่ส่งข้อความหากันเลย.. เหตุผลคือฉันน้อยใจเธอ แต่เธอไม่เคยรู้.. มันก็เลย เงียบบบ..
มันทำให้ฉันรู้ ว่าใครกันที่รักฉัน.. ฉันเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยตัวเอง.. ฉันเรียนรุ้ที่จะไม่มีเธอ
แล้วการที่เธอหรืออาจเป็นฉัน ที่เดินถอยออกมา.. มันทำให้ฉัน.. รักเธอน้อยลง.. น้อยลง.. จนพอดี
ความ "พอดี" ณ เวลานี้.. มันทำให้ฉันมีความสุข.. ฉันจะไม่เจ็บเพราะเธอ.. จะไม่ร้องไห้เพราะเธอ อีกต่อไป.. แต่ฉัน จะมีเธอ เป็นเพื่อนฉันเสมอ.. "เดินและจับมือไปด้วยกัน".. ด้วยความบริสุทธิ์ใจ..
ขอบคุณเธอที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมาย
แด่.. เธอที่ฉันเคยรักมากที่สุด.. แต่ก็จะรักตลอดไป
บุคลิกฉันก็อยู่ตรงนี้แหล่ะ จืดๆ ชืดๆ ลึกๆนั่นคิดอะไรอยู่ ใครจะไปรู้ หน้านิ่งตลอด ดีใจก็แค่ยิ้ม เสียใจก็ได้แต่ทำหน้านิ่ง.. . ถึงมีเพื่อนเรียน "อ้ายก้อนหิน" "อ้ายหุ่นยนต์" บ้าง ไรงี้
แต่วันนี้.. ใจฉันบอบบางลง เพียงคนๆเดียว.. ที่เข้ามา แล้วทำให้ฉันรู้จักที่จะ "ชอบ" "ไม่ชอบ" "งอน" "ง้อ" หรือจะเป็น "รัก".. และ "เจ็บ"
การที่ได้แอบรักเธอ มันช่างทรมาน.. แต่ก็มีความสุขไปพร้อมๆกัน
เหมือนว่า.. ดีแล้วที่เป็นแบบนี้ .. อย่างให้อยู่อย่างนี้ตลอดไป
..
แล้ววันนึง การที่เราต้องห่างหายกันไป ไม่นานหรอก เพียงแค่ 1 เดือน ที่ไม่โทรหากันเลย ไม่เจอกันเลย ไม่ส่งข้อความหากันเลย.. เหตุผลคือฉันน้อยใจเธอ แต่เธอไม่เคยรู้.. มันก็เลย เงียบบบ..
มันทำให้ฉันรู้ ว่าใครกันที่รักฉัน.. ฉันเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยตัวเอง.. ฉันเรียนรุ้ที่จะไม่มีเธอ
แล้วการที่เธอหรืออาจเป็นฉัน ที่เดินถอยออกมา.. มันทำให้ฉัน.. รักเธอน้อยลง.. น้อยลง.. จนพอดี
ความ "พอดี" ณ เวลานี้.. มันทำให้ฉันมีความสุข.. ฉันจะไม่เจ็บเพราะเธอ.. จะไม่ร้องไห้เพราะเธอ อีกต่อไป.. แต่ฉัน จะมีเธอ เป็นเพื่อนฉันเสมอ.. "เดินและจับมือไปด้วยกัน".. ด้วยความบริสุทธิ์ใจ..
ขอบคุณเธอที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมาย
แด่.. เธอที่ฉันเคยรักมากที่สุด.. แต่ก็จะรักตลอดไป
งง!!! งงค่ะ..
ใคร? บทความของใคร? เขาคือใคร?
Who are she?
ใครกันที่เหมือนฉันได้ขนาดนี้
หรือจะเป็นบทความในบล็อคของฉันเอง
ฉันพยายามไล่เลียง ย้อนกลับไปตั้งแต่ต้น
แต่ก็ไม่เจอ
หายังไงก็ไม่เจอ
ฉันอยากรู้จริงๆว่าเขาคือใคร
ความรู้สึก... "ไม่ได้มีฉันแค่คนเดียวสินะ"
จนท้ายสุด
คืนต่อมา
ฉันคัดลอกบทความใส่เข้าไปในกูเกิ้ล
เจอแล้ว...
| ลาก่อน "first love" .. ยินดีต้อนรับ "love friend" เกริ่นเรื่อง: อดีตความรักของหน้ากลมๆ 15 ส.ค. 54 , View: 128 , Post : 1 |
บทความของฉันเอง
ที่เคยเขียนไว้ในเว็บเด็กดี
ผ่านมาแล้ว 3 ปี
จำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นคนเขียน
ได้แต่ถามตัวเองว่า
"ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น?"
สุดท้าย...
มันก็ยังมีแค่ฉัน ที่รู้สึก.
แอบแป๊วเมื่อรู้ว่าใครคนนั้นคือฉันเอง เหอๆ
6 พ.ย. 2557
ลอยกระทง เดย์
เหมือนกับว่า
ฉันเพิ่งเห็นมันเมื่อคืนก่อน
๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒
ปีที่แล้ว
เช้ามืดของวันนั้น
แม้จะช่วงเวลาสั้นๆ แต่เรายังมีกันและกัน
ปีที่แล้ว
คืนวันลอยกระทง
เธอกลับไปเจอคนรัก
ส่วนฉันกลับมาพักกับความว่างเปล่า
ฉันเจอรถติด
ทุกคนออกมาลอยกระทง
ฉันเจอคนมากมายระหว่างทาง
พวกเขามากับคนรัก บางคนมากับครอบครัว
แต่ฉันไม่มี (ครอบครัวอยู่ไกล)
ฉันถึงห้องที่ว่างเปล่า
ฉันยืนอยู่ที่ระเบียง
ฉันเฝ้ามองโคมลอยที่ถูกปล่อยมาไม่ขาดสาย
"โคม"
ที่ฉันยังไม่มีโอกาสได้สัมผัส จุดไฟ และปล่อยมันขึ้นไปบนฟ้า
จริงๆไม่ได้หาโอกาสได้ยากเย็นขนาดนั้น
เพียงแค่รอสถานที่ที่เหมาะสม และคนรักที่จะปล่อยโคมด้วยกัน
เธอเท่านั้น
คำสัญญา ที่มัดเราไว้
แต่ปีนี้... ไม่มีเงาของเธอ
และฉันก็ยังยืนมองเหล่าโคม ที่ร่องลอยขึ้นไปบนฟ้า
โคม ที่ไม่มีของเรา
เหมือนกับว่า....
| ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ (ปี ๒๕๕๖) |
ด้วยความคิดถึง
2 พ.ย. 2557
ยืนอยู่ตรงนี้
| @เขาใหญ่ (ทางลงสู่ปากช่อง) 20141023 |
อย่าไปคร่ำครวญถึงอดีต
เพราะเราไม่มีเพื่อนเป็นโดเรม่อน
เราไม่สามารถนั่งไทม์แมคชีนย้อนเวลาไปแก้ไขสิ่งต่างๆ
หรือแม้แต่มองดูอนาคต
เราไม่ใช่โนบิตะ
เราเป็นเรา
แต่..
ให้ซื่อตรง.. อ่อนโยน เหมือนโนบิตะ!
(แม้สังคมจะน่ารังเกียจขึ้นทุกวัน)
//แม้ยังคิดถึงอดีตที่หอมหวาน
และยังวาดฝันถึงอนาคตที่สดใส
แต่...ฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้
//สัมผัส.. ให้ถึงความจริง แล้วยอมรับซะ!
GOOD OLD DAYS
GOOD OLD DAYS - Better Weather
กลับไปไหม ก่อนวันที่เราไกล
กลับไปไหม เหมือนในวันนั้น
...ฯลฯ.....
22 ต.ค. 2557
อยู่อย่างเหงาๆ
เพลง :อยู่อย่างเหงาๆ
ศิลปิน : สิงโต นำโชค
อาจจะเหงาบ้างบางที เพ้อบ้างบางคราว
ทุกครั้งที่หลับตา ก็ยังคิดถึงเธอ
แม้มันเป็นเพียงอดีตที่ไม่มีวันห้วนมาเจอ
แต่ฉันยังคงลืมเธอไม่ลง
ลองฉันลองเปิดใจ
หวังเพียงให้ใครสักคนเข้ามา
แล้วฉันก็พบว่าอยู่คนเดียวเสียดีกว่า
หากต้องมีใครเข้ามาแทนที่เธอ
อยู่อย่างคนเหงาๆ อยู่กับความเดียวดาย
แม้ใครจะมองว่าทุกข์ แต่ฉันกลับสุขใจ
อยู่เพื่อคิดถึงเธอ ได้คิดถึงเพียงแต่เธอ
แค่เพียงเท่านี้ก็สุขใจ ต่อให้เหงาตายก็ยอม
ถึงใครจะมองว่าฉันดูงมงาย
ที่ฉันยังปักใจและยืนอยู่ตรงที่เดิม
แม้มันเป็นเพียงอดีดที่ไม่มีวันหวนคืน
แต่จะทำยังไงในเมื่อใจยังไม่ลืมเธอ
ลองฉันลองเปิดใจ
หวังเพียงให้ใครสักคนเข้ามา
แล้วฉันก็พบว่าอยู่คนเดียวเสียดีกว่า
หากต้องมีใครเข้ามาแทนที่เธอ
อยู่อย่างคนเหงาๆ อยู่กับความเดียวดาย
แม้ใครจะมองว่าทุกข์ แต่ฉันกลับสุขใจ
อยู่เพื่อคิดถึงเธอ ได้คิดถึงเพียงแต่เธอ
แค่เพียงเท่านี้ก็สุขใจ ต่อให้เหงาตายก็ยอม
อยู่อย่างคนเหงาๆ อยู่กับความเดียวดาย
แม้ใครจะมองว่าทุกข์ แต่ฉันกลับสุขใจ
อยู่เพื่อคิดถึงเธอ ได้คิดถึงเพียงแต่เธอ
แค่เพียงเท่านี้ที่ฉันขอเพียงเท่านี้
แม้ใครจะมองว่าทุกข์ แต่ฉันกลับสุขใจ
อยู่เพื่อคิดถึงเธอ ได้คิดถึงเพียงแต่เธอ
แค่เพียงเท่านี้ก็สุขใจ ต่อให้เหงาตายก็ยอม
ฉันยอม อยู่เพื่อคิดถึงเธอ
อยู่อย่างคนเหงาๆ
ทุกครั้งที่หลับตา ก็ยังคิดถึงเธอ
แม้มันเป็นเพียงอดีตที่ไม่มีวันห้วนมาเจอ
แต่ฉันยังคงลืมเธอไม่ลง
ลองฉันลองเปิดใจ
หวังเพียงให้ใครสักคนเข้ามา
แล้วฉันก็พบว่าอยู่คนเดียวเสียดีกว่า
หากต้องมีใครเข้ามาแทนที่เธอ
อยู่อย่างคนเหงาๆ อยู่กับความเดียวดาย
แม้ใครจะมองว่าทุกข์ แต่ฉันกลับสุขใจ
อยู่เพื่อคิดถึงเธอ ได้คิดถึงเพียงแต่เธอ
แค่เพียงเท่านี้ก็สุขใจ ต่อให้เหงาตายก็ยอม
ถึงใครจะมองว่าฉันดูงมงาย
ที่ฉันยังปักใจและยืนอยู่ตรงที่เดิม
แม้มันเป็นเพียงอดีดที่ไม่มีวันหวนคืน
แต่จะทำยังไงในเมื่อใจยังไม่ลืมเธอ
ลองฉันลองเปิดใจ
หวังเพียงให้ใครสักคนเข้ามา
แล้วฉันก็พบว่าอยู่คนเดียวเสียดีกว่า
หากต้องมีใครเข้ามาแทนที่เธอ
อยู่อย่างคนเหงาๆ อยู่กับความเดียวดาย
แม้ใครจะมองว่าทุกข์ แต่ฉันกลับสุขใจ
อยู่เพื่อคิดถึงเธอ ได้คิดถึงเพียงแต่เธอ
แค่เพียงเท่านี้ก็สุขใจ ต่อให้เหงาตายก็ยอม
อยู่อย่างคนเหงาๆ อยู่กับความเดียวดาย
แม้ใครจะมองว่าทุกข์ แต่ฉันกลับสุขใจ
อยู่เพื่อคิดถึงเธอ ได้คิดถึงเพียงแต่เธอ
แค่เพียงเท่านี้ที่ฉันขอเพียงเท่านี้
แม้ใครจะมองว่าทุกข์ แต่ฉันกลับสุขใจ
อยู่เพื่อคิดถึงเธอ ได้คิดถึงเพียงแต่เธอ
แค่เพียงเท่านี้ก็สุขใจ ต่อให้เหงาตายก็ยอม
ฉันยอม อยู่เพื่อคิดถึงเธอ
อยู่อย่างคนเหงาๆ
19 ต.ค. 2557
แค่มีเธอข้างกาย
แค่มีเธอข้างกาย
นักร้อง : แอร์ กนิษฐิกา
ฉันไม่มีอะไรเรียกร้อง
ฉันไม่เคยต้องการอะไร
แม้ว่ามันจะดีแค่ไหน
ก็ไม่ต้องการทั้งนั้น
แค่ในวันนี้มีเธอก็พอ
นั่นก็พอแล้วที่ฉันต้องการ
ก็เธอนั้นคือทุกๆอย่างที่ใจเฝ้าคอย
ฉันไม่เคยต้องการอะไร
แม้ว่ามันจะดีแค่ไหน
ก็ไม่ต้องการทั้งนั้น
แค่ในวันนี้มีเธอก็พอ
นั่นก็พอแล้วที่ฉันต้องการ
ก็เธอนั้นคือทุกๆอย่างที่ใจเฝ้าคอย
ฝนจะแรงจะหนักแค่ไหน
ฟ้าจะดำจะครึ้มเพียงใด
แม้ต้องเจออะไรแค่ไหน
ก็จะไม่กลัวทั้งนั้น
แค่มีคนรักคือเธอก็พอ
เธอคือความรักที่ฉันต้องการ
จากวันนี้จะพ้นจะผ่านมันไปด้วยกัน
ฟ้าจะดำจะครึ้มเพียงใด
แม้ต้องเจออะไรแค่ไหน
ก็จะไม่กลัวทั้งนั้น
แค่มีคนรักคือเธอก็พอ
เธอคือความรักที่ฉันต้องการ
จากวันนี้จะพ้นจะผ่านมันไปด้วยกัน
แค่มีเธอข้างกาย
ทุกอย่างก็ดูเล็กน้อยลงไป
แค่มีเธอก็อุ่นในใจ
ไม่ต้องการใครอีกแล้ว
แค่มองไปเห็นเธอ หัวใจก็เข้มแข็งพอ
ที่จะก้าวไปโดยไม่รั้งรอ
แค่ขอได้อยู่กับเธอ
ทุกอย่างก็ดูเล็กน้อยลงไป
แค่มีเธอก็อุ่นในใจ
ไม่ต้องการใครอีกแล้ว
แค่มองไปเห็นเธอ หัวใจก็เข้มแข็งพอ
ที่จะก้าวไปโดยไม่รั้งรอ
แค่ขอได้อยู่กับเธอ
ท้องทะเลกว้างใหญ่แค่ไหน
แม้กำแพงจะหนาเพียงใด
ทุกข์ที่มีจะหนักแค่ไหน
จะไม่มีคำว่าท้อ
แค่เธอบอกฉันคำเดียวก็พอ
บอกว่าเธอรักให้ฉันมั่นใจ
สิ่งเลวร้ายจะสักเท่าไหร่
ถ้าเรารักกัน
แม้กำแพงจะหนาเพียงใด
ทุกข์ที่มีจะหนักแค่ไหน
จะไม่มีคำว่าท้อ
แค่เธอบอกฉันคำเดียวก็พอ
บอกว่าเธอรักให้ฉันมั่นใจ
สิ่งเลวร้ายจะสักเท่าไหร่
ถ้าเรารักกัน
แค่มีเธอข้างกาย
ทุกอย่างก็ดูเล็กน้อยลงไป
แค่มีเธอก็อุ่นในใจ
ไม่ต้องการใครอีกแล้ว
แค่มองไปเห็นเธอ หัวใจก็เข้มแข็งพอ
ที่จะก้าวไปโดยไม่รั้งรอ
แค่ขอได้อยู่กับเธอ
ทุกอย่างก็ดูเล็กน้อยลงไป
แค่มีเธอก็อุ่นในใจ
ไม่ต้องการใครอีกแล้ว
แค่มองไปเห็นเธอ หัวใจก็เข้มแข็งพอ
ที่จะก้าวไปโดยไม่รั้งรอ
แค่ขอได้อยู่กับเธอ
แค่มีเธอข้างกาย
ทุกอย่างก็ดูเล็กน้อยลงไป
แค่มีเธอก็อุ่นในใจ
ไม่ต้องการใครอีกแล้ว
แค่มองไปเห็นเธอ หัวใจก็เข้มแข็งพอ
ที่จะก้าวไปโดยไม่รั้งรอ
แค่ขอได้อยู่กับเธอ
ทุกอย่างก็ดูเล็กน้อยลงไป
แค่มีเธอก็อุ่นในใจ
ไม่ต้องการใครอีกแล้ว
แค่มองไปเห็นเธอ หัวใจก็เข้มแข็งพอ
ที่จะก้าวไปโดยไม่รั้งรอ
แค่ขอได้อยู่กับเธอ
แค่มีเธอข้างกาย หัวใจก็เข้มแข็งพอ
ที่จะก้าวไปโดยไม่รั้งรอ
แค่ขอได้อยู่กับเธอ
ที่จะก้าวไปโดยไม่รั้งรอ
แค่ขอได้อยู่กับเธอ
14 ต.ค. 2557
การสูญเสีย.. การจากลา
ที่จริงวันนี้ตั้งใจจะมาเขียนบล็อค บรรยายความลั้นลาของตัวเองระหว่างการเดินทางกลับมาทำงานในวันนี้
แต่...
ต้องเปลี่ยนเรื่องด่วน เพราะช็อคกับเรื่องที่ได้รับรู้เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
"ขอไว้อาลัยให้คุณแม่ของเพื่อนแอมค่ะ"
ได้ทราบข่าวจากไลน์กลุ่มว่าคุณแม่ของแอมประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตที่โคราช ก็เลยต้องเลื่อนนัดกลุ่มกันไป (canceled)
รู้สึกช็อคมาก กับการสูญเสียคนสำคัญของบุคคลใกล้ตัวแบบนี้
มันทำให้ฉันย้อนนึกถึงอดีตที่เคยพบเจอ
ช็อคครั้งแรก กับการสูญเสียเพื่อนในกลุ่มสมัยมัธยมต้น เพื่อนจุ๋ม
จำได้ว่าเราเป็นเพื่อนร่วมห้องกันมาตั้งแต่มัธยม สนิทบ้าง ไม่สนิทบ้าง
แต่มีครั้งนึงที่เขาทำฉันโมโห จนถีบเพื่อนจุ๋มตกเก้าอี้ไป แค่เพียงเพราะทำฉันเสียสมาธิ
จำความรู้สึกได้ดี ตอนนั้นรู้สึกผิดมาก แต่กลับไม่ยอมรับผิด
โทษเขาว่าทำฉันก่อน คือแค่โดนข้อศอกแล้วทำนิ้วฉันที่กำลังเล่นโซ่(ของเล่น)ตกล่องบนโต๊ะ
โคล้มมมม!!! ขาขวาของฉันยกขึ้นถีบเพื่อนจุ๋มที่นั่งอยู่ข้างๆตกโต๊ะไป
เขาร้องไห้... ฉันทำได้แค่หน้าชา
วันนั้นที่รู้ข่าว คือเพื่อนยุ้ยโทรมาหา(ตอนนั้นอยู่ประมาณ ม.5)
"นุ่ม จุ๋มตายแล้ว" ยุ้ยบอกหลังจากที่ได้ยินเสียฉันขึ้นที่ปลายสาย
"ห๋าาาา ล้อเล่นหรา" หน้าฉันค่อยๆชากับสิ่งที่ได้ยิน แต่ไม่ยอมรับ
"... จุ๋มตายแล้ว" เสียงยุ้ยเริ่มสั่น
"ด่ะ ได้ไง?" ฉันเริ่มตั้งคำถาม
"........." ฉันไม่ได้ยินยุ้ยพูดอะไรแล้ว นอกจากเสียงสะอื้น
"เดี๋ยวเค้าไปหานะ แป๊ป" แล้วฉันก็รีบคว้ากุญแจมอเตอร์ไซด์ ขับตรงไปที่บ้านยุ้ย
เราไม่พูดอะไรกันมากมาย เพราะต่างคนต่างช็อคกับข่าวที่ได้รู้มา
ฉันให้ยุ้ยซ้อนท้าย ขับรถมุ่งไปยังที่เกิดเหตุ ที่ที่ซึ่งเพื่อนจุ๋มถูกยิงตายใกล้ๆปากทางเข้าหมู่บ้าน
แต่ไปได้แค่ครึ่งทาง เราก็เห็นรถปอเต็กตึ้งขับส่วนทางเข้าหมู่บ้านไป
หลังจากรถผ่านไป รถเพื่อนในกลุ่มอีกคนที่ขับตามมาก็จอดข้างถนนอยู่ฝั่งตรงข้าม
"เขาเอาศพไปบ้านแล้ว" เบลล์ร้องบอกข้ามฟากถนน
แล้วเราก็ขับรถตามกันไปที่บ้านเพื่อนจุ๋ม
ไม่สามารถบรรยายกับสิ่งที่ได้พบเห็น เพื่อนที่นอนแน่นิ่ง
ณ เวลานั้น ฉันไม่ได้ร้องไห้ ฉันไม่มีน้ำตา เพียงแค่ชาไปทั้งตัว
ช็อคครั้งที่สอง กับการสูญเสียอาม่า(ย่า)
จริงๆก็ไม่ได้ถึงขนาดเรียกว่าช็อค
เพราะฉันกับครอบครัวได้ไปเจออาม่าที่โรงพยาบาลก่อนที่ท่านจะสิ้นลมไป
อาม่าเป็นคนแข็งแรงมาก ว่องไว เดินฉับๆๆ ในแบบของคนจีน
ท่านดูแข็งแรงมาก เมื่อเทียบกับคนอายุเท่าๆกัน
ท่านแข็งแรง แต่ต้องมาเข้าโรงพยาบาล และจากไป เพียงเพราะหกล้มเพียงครั้งเดียว
อาม่าอยู่โรงพยาบาลได้ 2 วัน 1 คืน ท่านก็สิ้นลมไป
หลังจากที่ลูกๆหลานๆได้มาหาที่โรงพยาบาลจนครบ
เหมือนท่านรออยู่
.. เมื่อทุกคนมา อาม่าก็จากไป
ฉันกับอาม่าอาจจะไม่ได้สนิทกันมาก เพราะเราไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน
จริงๆฉันค่อนข้างจะกลัวๆอาม่าด้วยซ้ำ
ตั้งแต่โตมาฉันเคยกอดอาม่าสักครั้งไหมฉันก็จำไม่ได้ (แอบอิจฉานุ้ยที่ได้กอดอาม่าในวันแต่งงาน)
แต่ที่แน่ๆ ฉันรู้ว่า ในวันที่ฉันเกิด อาม่าต้องอยู่ใกล้ๆแน่
ฉันจำกลิ่นหมากจากตัวของอาม่าได้ แผ่นหลังบางๆ
ตัวเล็กแต่เข้มแข็ง (เพราะเลี้ยงลูกมาตั้ง 8 คน)
แม้ไม่ได้ใกล้ชิด แต่ก็ผูกพัน
ช็อคครั้งสุดท้าย เมื่อปี 54 กับการสูญเสียหลวงตา
หลวงตาเป็นตาแท้ๆ ที่ออกบวชอีกครั้งเมื่ออายุมากแล้ว
ท่านเสียชีวิตเพราะโรคหัวใจ โรคหัวใจที่เป็นมานาน
โรคหัวใจที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ (แม่ก็เป็น)
ป้าบอกว่า ก่อนที่ท่านจะสิ้นลมที่โรงพยาบาลมหาราช
ท่านได้สวดมนต์กราบพระ แล้วจึงสิ้นลมไปอย่างสงบ
ฉันดีใจที่เป็นเช่นนั้น
แต่.. เสียใจที่ ตอนที่ท่านจากไป ฉันนั่งรถออกมาจากโรงพยาบาล
และเสียใจที่ท่านจากไป ก่อนที่จะได้เห็นใบปริญญาของฉัน
ภาพของชายสูงอายุนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกใต้ถุนบ้าน
สวมกางเกงผ้าขาสามส่วน เปลือยท่อนบน มีผ้าขาวม้าพาดอยู่บนบ่า
เสียง แปะ! แปะ! จากมัดก้านมะพร้าวที่กระทบส่วนนั้น ส่วนนี้บนร่างกาย เพื่อไล่ยุง
ภาพยังชัดเจน และเหมือนกับว่า ฉันยังได้ยินเสียง แปะ! แปะ! อยู่ตลอดเวลา
ฉัน.. มักจะร้องไห้ง่ายๆ แค่ได้คิดว่า..
ถ้าฉันตาย... คนใกล้ตัวจะต้องเสียใจแค่ไหน(โดยเฉพาะพ่อกับแม่)
หรือถ้าคนสำคัญสักคนจากไป... ฉันจะเป็นอย่างไร
แล้วน้ำตามากมายก็ไหลออกมา
ดูเหมือนว่า "อนาคต" เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
...พรุ่งนี้จะยังหายใจอยู่ไหม
เลือกทางเดิน(ชีวิต)ที่จะไม่ทำให้เราต้องเสียใจ
และกับคนสำคัญ คงต้องให้เวลาเขา ให้เวลากันและกัน ให้มากกว่านี้
-หน้ากลม-
กับวันที่... อยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว แต่จะดีกว่าถ้าเราได้อยู่ใกล้กัน
3 ต.ค. 2557
สถานีรถไฟชุมทางฝัน
หลายๆคนมองว่าฉันบ้า
หลายๆคนบอกฉันว่า
"ลำบาก"
"ไม่ต้องไป"
"น่ากลัว"
"อันตราย"
..
ฉันเชื่อพวกเขา
๑๐ เปอร์เซ็นต์
อีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์
ฉันบอกตัวเองว่า
"ยังไม่เคย จะรู้ได้ไง"
เช้า ๐๕.๓๕ น. วันอาทิตย์ ที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗
ฉันยังคงง่วง ยังอ่อนเพลียจากสิ่งต่างๆที่พบเจอ
แต่ฉัน..
จะต้องเดินทาง... ต่อไป
| สถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา เวลา ๐๗.๐๗ น. |
| ทุกคนมีความฝันของตัวเอง |
| เปิดโลกให้กว้าง |
| มองให้ไกล.. และไปให้ใกล้ที่สุด |
| สิ่งเก่าๆ.. ที่ไม่ค่อยได้พบเจอ |
| ระวัง.. ให้มากกว่าที่เคย |
| เด็กเอ๋ยเด็กน้อย.. ฉึก ฉัก ฉึก ฉัก ปู๊น ปู๊น!!!! |
| ถึงแล้ว... อรัญฯ |
บทสรุปของการเดินทาง
อาจจะร้อนบ้าง
เพลียบ้าง
ปวดล้าบ้าง
สิวขึ้นบ้าง(ฝุ่นเยอะ)
แต่สิ่งที่ได้จริงๆมันดีกว่านี้เย๊อะ
..
จิตใจที่ปลอดโปร่ง
มิตรภาพที่ได้พบเจอ
ชีวิต
คุณลุงใจดี
เด็กน้อยขี้เซา
ก๋วยจั๊บรสเด็ด
ก๋วยจั๊บรสเด็ด
ไม่เคยนั่งรถไฟชั้นสาม
ก็ได้ทำแล้ว
แม้จะเพียงลำพังก็ไม่เป็นไร
เพราะนี่คือฝันของฉัน
"ทำความฝัน... สำเร็จไปอีกอย่าง
ใกล้จุดหมาย..ไปอีกก้าว"
-หน้ากลม-
กับช่วงเวลาเก็บฝัน..
13 ก.ย. 2557
Full Moon
หายไป
ในวันที่คลื่นลมแรง.. ลมพัดโหมกระหน่ำ
ฉันและเธอยืนอยู่เคียงข้างกัน
จนเมื่อ..
หมวกสีครีมใบโปรดของเธอถูกลมพัดปริวไป
โดยที่เธอไม่ต้องร้องขอ
ฉันรีบวิ่งตามหมวกใบนั้นไป
วิ่ง.. วิ่ง.. วิ่ง..
วิ่งจนขาสองข้างเริ่มล้า
ลมก็ยังไม่หยุด หมวกยังคงลอยละลิ่ว
และฉันยังคงวิ่งไล่ตาม
..ฟิ้วววว!!!!
จนเมื่อคลื่นลมหายไป
หมวกสีครีมตกลงมา
ฉันรีบก้มไปหยิบ
เพื่อนำหมวกสีครีมไปคืนให้เธอ
แต่...
เมื่อฉันหันกลับไป
ฉันกลับไม่พบเธอ
เธอไม่ได้รอคอยฉันอยู่ตรงนั้น
เธอหายไป
21 ส.ค. 2557
จันทร์เอ๋ย
จันทร์เอ๋ย
| วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๐ ที่ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย |
จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า
ขอข้าวขอแกง
ขอแหวนทองแดง
ผูกมือน้องข้า
ขอช้างขอม้า
ให้น้องข้าขี่
ขอเก้าอี้
ให้น้องข้านั่ง
ขอเตียงตั่ง
ให้น้องข้านอน
ขอละคร
ให้น้องข้าดู
ขอยายชู
เลี้ยงน้องข้าเถิด
ขอยายเกิด
เลี้ยงตัวข้าเอง
...
เคยร้องเพลงนี้มาตั้งแต่เด็ก
ทุกครั้งที่ได้เห็นดวงจันทร์
เป็นต้องร้องเพลงนี้ส่งเสียงดัง
โตแล้ว..
หลงรักดวงดาว เฝ้ามองหาดวงจันทร์
สงสัยว่าเจ้ากระต่ายยังตำโมจิอยู่บนนั้นรึป่าว?
หรือสองตายายยังช่วยกันตำข้าวอยู่ไหม?
เมื่อไหร่กระต่ายจะได้กินโมจิ? (แบ่งให้ตากับยายกินด้วยไหม?)
วันไหนตากับยายจะได้กินข้าว? (ชวนกระต่ายกินด้วยหรือเปล่า?)
ยังสงสัย
และเฝ้ามองหา
พร้อมกับร้องเพลงจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า... ในหัว(ใจ)
-หน้ากลม-
กับจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า
กระจก
ส่องกระจกอยู่ทุกวัน
แต่ไม่รู้เลยว่า
มีอะไรๆเปลี่ยนแปลงไป
มีอะไรๆเปลี่ยนแปลงไป
"ไว้ผมยาวแล้วหรอ?"
"อ้วนขึ้นนะเนี่ย"
"นอนดึกรึป่าว ตาคล้ำๆ"
"เครียดอะไร สิวขึ้น"
"ตาบวมๆ ร้องไห้มารึป่าว?"
หลากคำถาม
แทนคำทักทายจากคนรอบข้าง
ถ้าไม่มีเขา
จะรู้หรือเปล่าว่าตัวเองเปลี่ยนไป
ส่องกระจกด้วยตาตัวเองทั้งสองข้าง
ก็ไม่สู้ตาคนใกล้เคียง
จะรู้หรือเปล่าว่าตัวเองเปลี่ยนไป
ส่องกระจกด้วยตาตัวเองทั้งสองข้าง
ก็ไม่สู้ตาคนใกล้เคียง
เป็นเพราะอะไร?
หรือจริงๆอาจต้องถามว่า
เคยสนใจ ดูแลตัวเองบ้างไหม?
วันเวลาค่อยๆเดินผ่านไป
อายุก็มากขึ้น มากขึ้นตาม
แต่.. เรากลับไม่รู้สึกถึงความแก่ชราที่เกิดขึ้น
จะไม่รู้สึกเลย
หากไม่ลองกลับไปดูอดีตที่ผ่านมา
นั่งดูรูปภาพเก่าๆ
สิ่งที่พบคือความสดใส "วัยสดใส"
แต่เมื่อหันหน้าไปส่องกระจก
สิ่งที่พบกลายเป็นความว่างเปล่า ใน "วัยทำงาน"
วัยวุฒินั้นเปลี่ยนไป
พูดง่ายๆคือ.. แก่ไปอีกขั้น
คนที่ได้พบเจอ
แต่วันนี้อยู่ห่างไกล
เวลา.. ระยะทาง
เนิ่นนาน แสนไกล ที่ไม่ได้พบเจอ
ไกลเกินที่จะรู้ หรือสัมผัสได้ถึงความเหมือนเคย หรือเปลี่ยนแปลง
และการกลับมา
ได้พบกันอีกครั้ง
นอกจากรูปลักษณ์
อ้วน ผอม ขาว ดำ ที่เปลี่ยน
อาจสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในความรู้สึก
อาจจะมากขึ้น
หรือน้อยลง
ก็แล้วแต่ความมั่นคงของใจคน
กับความเปลี่ยนแปลง
ที่ต้องมาพบเจอในภายหลัง
ยากเกินจะทำความคุ้นเคย
ทำไม?
เราถึงไม่อยู่ใกล้ๆ
ค่อยๆรียนรู้และยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิด
ทั้งรูปลักษณ์ และความรู้สึก
ให้อยู่ดูแลกันและกัน
ทำไม?
เราไม่แก่ไปด้วยกัน
วันเวลาค่อยๆเดินผ่านไป
อายุก็มากขึ้น มากขึ้นตาม
แต่.. เรากลับไม่รู้สึกถึงความแก่ชราที่เกิดขึ้น
จะไม่รู้สึกเลย
หากไม่ลองกลับไปดูอดีตที่ผ่านมา
นั่งดูรูปภาพเก่าๆ
สิ่งที่พบคือความสดใส "วัยสดใส"
แต่เมื่อหันหน้าไปส่องกระจก
สิ่งที่พบกลายเป็นความว่างเปล่า ใน "วัยทำงาน"
วัยวุฒินั้นเปลี่ยนไป
พูดง่ายๆคือ.. แก่ไปอีกขั้น
คนที่ได้พบเจอ
แต่วันนี้อยู่ห่างไกล
เวลา.. ระยะทาง
เนิ่นนาน แสนไกล ที่ไม่ได้พบเจอ
ไกลเกินที่จะรู้ หรือสัมผัสได้ถึงความเหมือนเคย หรือเปลี่ยนแปลง
และการกลับมา
ได้พบกันอีกครั้ง
นอกจากรูปลักษณ์
อ้วน ผอม ขาว ดำ ที่เปลี่ยน
อาจสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในความรู้สึก
อาจจะมากขึ้น
หรือน้อยลง
ก็แล้วแต่ความมั่นคงของใจคน
กับความเปลี่ยนแปลง
ที่ต้องมาพบเจอในภายหลัง
ยากเกินจะทำความคุ้นเคย
ทำไม?
เราถึงไม่อยู่ใกล้ๆ
ค่อยๆรียนรู้และยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิด
ทั้งรูปลักษณ์ และความรู้สึก
ให้อยู่ดูแลกันและกัน
ทำไม?
เราไม่แก่ไปด้วยกัน
20 ส.ค. 2557
รำลึก.. วัดหงส์ปทุมาวาส
เดือนหน้า ฉันได้รับคำชวนจากเพื่อนชายให้ไปเที่ยวเล่นบ้านที่ปทุมธานี
เพื่อนถามฉันมาว่า "นุ่มอยากไปวัดหงส์ฯไหมครับ"
ฉันตอบกลับไปโดยแทบไม่ได้คิดว่า "ไม่!!"
แล้วก็เกิดสงสัยกับคำตอบของตัวเอง
และเพื่อนก็คงจะสงสัยไม่ต่าง
เพราะเขารู้.. ว่าฉันชอบไปที่นั่น.......
....
เมื่อครั้งสมัยที่ฉันอยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ตอนนั้นน่าจะอยู่สักปีสอง
ฉันมีโอกาสได้ไปทำบุญที่วัดหงส์ครั้งแรกกับพเยียและแฟน(เอ็ม)
ดูเหมือนฉันจะเป็นมือที่สามรึป่าว??
ไม่หรอก ไม่มีทาง... เพียงแค่..
พเยียไปไหน ต้องมีนุ่มอยู่ที่นั่น (แต่นุ่มอยู่ที่ไหนพเยียอาจไม่จำเป็นต้องอยู่ก็ได้.. so sorry นะ)
เราไปไหว้พระ ทำบุญ ขอพร
และเดินไปที่ริมน้ำเจ้าพระยาภายในวัด
เราไปนั่งให้อาหารปลาที่นั่น
ไปไม่นาน..
แต่ได้รับความปลอดโปร่ง ความสบายใจ
ซึ่งฉันหาได้ที่ริมน้ำเจ้าพระยาและเหล่าหมู่ปลาที่แหวกว่าย
หลังจากนั้นไม่นาน
ฉันก็ไปที่วัดหงส์ฯอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ ฉันเดินทางไปเพียงลำพัง
ฉันเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่ง เพราะจำเส้นทางไม่ได้ และไม่รู้ว่าจะต้องเดินทางไปถึงหน้าวัดได้อย่างไร
แท็กซี่พาฉันไปส่งจนถึงหน้าวัดหงส์ฯ
ฉันก้าวเข้าวัด ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
อย่าถามว่าหนักใจด้วยเรื่องอะไร
ฉันจำไม่ได้จริงๆ
จำได้เพียงว่า
ฉันเครียดเอามากๆ
ตื่นแต่เช้า นั่งรถรางไปเชียงราก
ช่วงเวลาที่นั่งอยู่บนรถราง ฉันจำความรู้สึกได้ถึงความหดหู่
ระหว่างทางบนรถแท็กซี่ คือความฉงนว่าจะไปถึงวัดได้หรือไม่
ระหว่างที่นั่งอยู่ริมน้ำให้อาหารปลา
ฉันร้องไห้หรือเปล่า ฉันไม่รู้
แต่หลายชั่วโมงที่อยู่ที่นั่น
ฉันได้ทิ้งสิ่งที่ทำให้หนักหัวใจออกไปทีละนิด
เหลือไว้เพียงเล็กน้อยให้เป็นเหตุผลที่จะลุกขึ้นใหม่
ช่วงจังหวะที่ฉันดันตัวลุกขึ้นเพื่อเดินทางกลับ
ฉันบอกตัวเองว่า
.. ในเมื่อวันนี้ฉันยังลุกขึ้นยืนไหว
ชีวิต.. ฉันก็เริ่มต้นใหม่ได้อีก
หลังจากนั้นหนึ่งปี
ฉันก็ไปที่วัดหงส์อีกครั้ง
ด้วยความรู้สึก..
อึดอัด หดหู่ น้อยใจ เสียใจ.. ฯลฯ หรืออาจเรียกรวมๆได้ว่า "อกหัก"
น่าแปลกที่ฉันจำความรู้สึกครังนี้ได้อย่างแม่นยำ
แต่ครั้งก่อนกลับจำไม่ได้เลยว่าเพราะอะไรที่ทำให้หดหู่ได้ขนาดนั้น
ครั้งนี้.. เป็นเพราะ ... ฉันวิ่งหนีเธอ ที่ฉันรัก
ช่วงเวลาสั้นๆที่เราได้อยู่ด้วยกัน
เพราะอะไรๆไม่ชัดเจน ฉันกับเธอจึงเป็นเพื่อนสนิทกัน (ที่ฉันเก็บความรู้สึกไว้ในส่วนลึก)
ช่วงไม่กี่วันที่เธอให้แฟนมาอยู่ด้วย
ฉันรู้สึกเป็นหมาหัวเน่า.. ไม่สามารถทนเห็นภาพต่างๆได้
ยอมรับความจริงไม่ได้ ฉันจึงหนีออกมาจากห้อง
ตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อเดินทางจากเอกมัย ข้ามฟากไปรังสิต
ที่นั่นมีเพื่อนชายที่ฉันขอร้องให้ช่วยพาไปวัดหงส์รออยู่
เรานั่งรถเมย์ ต่อด้วยวินมอเตอร์ไซด์ ถึงวัดด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางพอสมควร
ฉันนั่งเงียบๆอยู่ที่วัดร่วมครึ่งวัน
เหมือนลูกหมาที่ถูกทิ้ง ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี
ไม่มีที่ให้ไป ไม่มีที่ให้กลับ
วันทั้งวัน .. ไม่ปรากฎลอยยิ้มบนใบหน้า(เพื่อนชายบอกในภายหลัง)
ฉันหอบเอาความทุกข์ไปทิ้งที่วัดหงส์อีกครั้ง
ฉันกับเธอและเขาได้พบกันอีกครั้งที่สนามหลวง
วันนี้มีเวียนเทียน เราเดินเวียนเทียน แต่ฉันชวนเพื่อนหญิงอีกคนและคุณแม่ของเพื่อนไปเวียนด้วยกัน
ฉันปล่อยให้เธอเดินกับเขา และฉันเดินกับเพื่อนและแม่
เมื่อจบวันก็ถึงช่วงเวลาที่อึดอัดอีกครั้ง แต่ก็ไม่เท่าเดิม(เอาไปทิ้งไว้ที่วัดซะเยอะ)
จนเมื่อก่อนที่เขาจะไป และเธอออกไปข้างนอก
ระหว่างที่ทานข้าวกับเขา.. เขากลับฝากฉันให้ดูแลเธอ และบอกฉันว่าเธอทำตัวฉุนเฉียวแค่ไหนในวันนั้น
ฉันไม่รู้ว่าฉันดีใจได้รึป่าวกับเรื่องนี้.. แต่ฉันก็เสียใจอยู่ดี
เขาจากไป.. และทิ้งเธอกับฉันให้อยู่ด้วยกันต่อไป
ความอึดอัดยังคงอยู่เต็มหัวใจ แม้ว่าเขาจะไปแล้ว
ฉันคงไม่สามารถจะพูดคุยกับเธอได้เลย
หาก... เธอไม่ป่วย
คืนต่อจากนั้นเธอไม่สบาย ตัวร้อน
ฉันเช็ดตัวให้เธอ ฉันนั่งกุมมือเธอไว้ แล้ววันนั้นเราก็ยิ้มให้กันได้อีกครั้ง
นั่นเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาที่ฉันเช็ดตัวให้คนอื่น (ปกติมีแต่แม่เช็ดตัวให้)
ฉันนอนหลับๆตื่นๆ และทุกครั้งที่ตื่นก็จะต้องเอามือไปจับดูที่หน้าผากเธอว่าตัวยังร้อนไหม
ถ้าร้อนก็เช็ดตัวให้อีก..
ฉันนึกถึงแม่.. ถ้าฉันป่วย แม่ก็คงจะทำให้ฉันแบบนี้
(เอ๊ะ แล้วนี่ฉันเป็นแม่เธอหรอ)
เราคุยกัน ยิ้มให้กันอีกครั้ง.. โดยทิ้งความรู้สึกจริงๆไว้ในส่วนลึก(อีกครั้ง)
... ฉากเป็นส่วนเกิน เป็นหมาหัวเน่า ยังปรากฎให้เห็น ให้รู้สึก ในชีวิตอีกหลายๆครั้ง แต่ทุกครั้งเมื่อผ่านไปเราก็โยนมันทิ้งไว้ในส่วนลึกอีกครั้ง... ... จนมันเริ่มล้น เริ่มทนไม่ไหว
... ฉันทิ้งความรู้สึกเสียใจ หดหู่ ให้ลอยไปตามสายน้ำ ลอยไปให้ไกลๆ
ฉันหวังเพียงว่า.. หมู่ปลาที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำใสๆ อย่าได้เผลอไปกัดกิน ปล่อยให้มันลอยไป อย่าได้กลับมา
และครั้งสุดท้ายเมื่อปีที่แล้ว
ฉันเดินทางไปกับพเยีย.. กับน้องขวัญ(รถ)
เราหลงทาง แต่เราก็ไปถึง
เราได้เจอกันแล้วนะ
ไม่ว่าเราจะห่างไกลกันแค่ไหน
ความเป็นเพื่อนจะอยู่กับเราตลอดไป
สี่ครั้ง.. สี่ครั้งที่เดินทางไปที่นั่น
ฉันอาจพกความหดหู่ ความเสียใจไปทิ้งไว้มากมาย
ความรู้สึกยังคงวนเวียนอยู่ในสายน้ำ
สายน้ำที่นั่นอาจไม่ได้ไหลไปอย่างต่อเนื่อง
พัดสิ่งที่ผ่านมาแล้วผ่านไป
แต่.. คงเป็น สายน้ำวน
หากใจดวงเดียวไม่สามารถพัดพา
คงต้องพึ่งอีกใจให้ช่วยพัดปัดเป่า
ดูแลกันและกัน
-หน้ากลม-
กับวันรำลึกความหลัง ที่วัดหงส์ฯ
28 ก.ค. 2557
เงียบ..เสีย
ความนิ่งเงียบ
ใช่ว่าไม่รู้สึก (หรือไม่รู้สึก)
ความเมินเฉย
ใช่ว่าลืมเลือนไปเสียทุกอย่าง (หรือลืมทุกอย่าง)
เพราะมีเหตุผล... (หรือไม่มี)
ความรู้สึก
ยากเกินอธิบาย
ความสับสน
ทำให้ไม่สามารถจับประเด็นอะไรๆในชีวิตได้
ความฟุ้งซ่าน
ทำให้ขาดแรงบันดาลใจ
ฝันที่เคยวาดไว้
ดูจางลงทุกที..
ความสับสน
ทำให้ไม่สามารถจับประเด็นอะไรๆในชีวิตได้
ความฟุ้งซ่าน
ทำให้ขาดแรงบันดาลใจ
ฝันที่เคยวาดไว้
ดูจางลงทุกที..
ความรู้สึกขึ้นๆ ลงๆ
เอน เอียง หก คะ เมน ตี ลัง กา
แผลถลอกปอกเปิก
จับต้น ชนปลาย ตามไม่ทัน
ผลออกมาก็เลยว่างเปล่า
ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน
และจบที่ใด
ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน
และจบที่ใด
ว่างจนเข้าใจ
ว่าทำไม.. เพศหญิงจึงถือกำเนินเกิดมา
ความแปรปรวนของอารมณ์
ความอ่อนแอแห่งจิตใจ
ไม่มีความมั่นคงให้เชื่อมั่น
สิ่งนี้คือผู้หญิง
วันนี้บอกว่ารัก
พรุ่งนี้บอกว่าเกลียด
เธอรัก ฉันรัก
เธอไม่รัก ฉันเกลียด
ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน
สิ่งนี้คือผู้หญิง
สิ่งนี้คือฉัน
(เพราะผู้หญิงแปรปรวน ผู้ชายจึงถือกำเนิดมีความมั่นคงให้หญิงได้พึ่งพิง)
"รักคือความหวังดี ไม่ต้องการครอบครอง"
คือรักในอุดมคติ
ในโลกความจริง(มีคนบอกอีกที)
"รักคือการครอบครอง ถ้าไม่อยากครอบครอง จะรักจริงหรือ"
ความอยาก ตัณหา มาพร้อมกับความรัก
????????
อาจจะเข้าใจ(บ้าง) หรือจริงๆก็ยังโง่อยู่ดี
เปิดใจให้กว้าง
ตอบรับความรู้สึก.. แล้วเมินเฉยต่อระยะทาง
และรักที่ผ่านมา
เริ่มต้นใหม่
เรียนรู้ที่จะรักคนที่รักเรา
แต่....
"รักระยะไกล"
กลายเป็นโลกอีกใบที่น่ากลัว
โลกที่วันนี้ไม่อาจก้าวข้าม
เหมือนมีกำแพงบางๆกั้นไว้
แล้วจะเริ่มต้นได้เมื่อไหร่
จะพังกำแพงนี้ยังไง
"ระยะทางและเวลา ทำให้รู้ค่าของคนที่รัก"
จะมีคู่ที่ประสบความสำเร็จได้สักกี่คู่
"ระยะทางและเวลา จะทำให้รู้ว่ารักมากแค่ไหน"
จะมีสักกี่คู่ที่ไปถึงฝั่งฝัน
เมื่อครั้งโลกยังสดใส
ไม่ว่าจะเวลาหรือระยะทาง
ไม่เคยจะมีปัญหา ส่งผลกระทบต่อความรักเลย
เวลา ทำให้รักมากขึ้นๆๆๆ
ระยะทาง ทำให้รักมีรสชาติ
แต่เมื่อถึงคราวที่โลกมืดมน
ทุกอย่างก็ดูเลวร้าย
มีแต่ความหวาดกลัว
ทุกอย่างมืดลง.. มืดลง
เปิดใจให้กว้าง
ตอบรับความรู้สึก.. แล้วเมินเฉยต่อระยะทาง
และรักที่ผ่านมา
เริ่มต้นใหม่
เรียนรู้ที่จะรักคนที่รักเรา
แต่....
"รักระยะไกล"
กลายเป็นโลกอีกใบที่น่ากลัว
โลกที่วันนี้ไม่อาจก้าวข้าม
เหมือนมีกำแพงบางๆกั้นไว้
แล้วจะเริ่มต้นได้เมื่อไหร่
จะพังกำแพงนี้ยังไง
"ระยะทางและเวลา ทำให้รู้ค่าของคนที่รัก"
จะมีคู่ที่ประสบความสำเร็จได้สักกี่คู่
"ระยะทางและเวลา จะทำให้รู้ว่ารักมากแค่ไหน"
จะมีสักกี่คู่ที่ไปถึงฝั่งฝัน
เมื่อครั้งโลกยังสดใส
ไม่ว่าจะเวลาหรือระยะทาง
ไม่เคยจะมีปัญหา ส่งผลกระทบต่อความรักเลย
เวลา ทำให้รักมากขึ้นๆๆๆ
ระยะทาง ทำให้รักมีรสชาติ
แต่เมื่อถึงคราวที่โลกมืดมน
ทุกอย่างก็ดูเลวร้าย
มีแต่ความหวาดกลัว
ทุกอย่างมืดลง.. มืดลง
"เมื่อรัก .. แล้วเราจะไม่สามารถรักใครได้อีก"
ผิดถนัด.. เมื่อพูดถึงความรู้สึกของคน
"เมื่อรัก.. ยังสามารถรักๆๆๆได้อีกหลายๆรัก"
สิ่งนี้เป็นธรรมดา
รักใน ๑ สถานะ ความจริงมีได้มากกว่าหนึ่ง
เพียงแต่ศีลธรรม จะจำกัดให้ที่มากกว่าหนึ่ง เหลือเพียงหนึ่งเดียว
ความรัก ทำให้คนยอมแม้เป็นตัวสำรอง
ความรัก ทำให้คนยอมเป็นของตาย
อาจเหมือนเป็นการเสียสละ
แต่จริงๆแล้ว
คือ ความเห็นแก่ตัว
(เคยคิดว่าตัวเองก็ยอมได้ทุกอย่าง แต่พอคิดและมองให้ลึก.. ไม่เคยเลย)
เมื่อถึงวันที่คนที่รักเจอคนที่เขารัก
ถ้ารัก..
ก็ต้องปล่อย
รัก.. เป็นที่สุดแล้วของความรู้สึก
แต่...
มีสิ่งหนึ่งที่อยู่เหนือกว่าความรักใดๆ
รักใน ๑ สถานะ ความจริงมีได้มากกว่าหนึ่ง
เพียงแต่ศีลธรรม จะจำกัดให้ที่มากกว่าหนึ่ง เหลือเพียงหนึ่งเดียว
ความรัก ทำให้คนยอมแม้เป็นตัวสำรอง
ความรัก ทำให้คนยอมเป็นของตาย
อาจเหมือนเป็นการเสียสละ
แต่จริงๆแล้ว
คือ ความเห็นแก่ตัว
(เคยคิดว่าตัวเองก็ยอมได้ทุกอย่าง แต่พอคิดและมองให้ลึก.. ไม่เคยเลย)
เมื่อถึงวันที่คนที่รักเจอคนที่เขารัก
ถ้ารัก..
ก็ต้องปล่อย
รัก.. เป็นที่สุดแล้วของความรู้สึก
แต่...
มีสิ่งหนึ่งที่อยู่เหนือกว่าความรักใดๆ
คือ
"ความผูกพัน"
เมื่อรัก.. ก็เลิกรักได้
แต่เมื่อผูกพัน.. จะตัดยังไงให้ขาด
ไปตามหาขวานทอง
ให้ท่านเทวดางมให้
จะตัดขาดไหมน่อ???
-หน้ากลม-
กับวันเวลา.. แห่งความสับสนใจ
ไม่รู้จริงๆว่ากลัวอะไรกันแน่ .. รัก.. ผิดหวัง.. ระยะทาง.. อิสระ
"ชีวิตขาดผงชูรส"
ส่งท้าย
เทพกลม : กลับไปเป็นคนเดิมคนที่โอ่นโยน นั่นแหล่ะทางออกที่ดีที่สุด
ปีศาจกลม : ได้ไงๆ แกลืมไปแล้วหรอ น้ำตาที่เสียไป ใจที่แหลกสลาย
เทพกลม : มันไม่ใช่อย่างงั้นหรอกนะ ทุกคนมีปัญหาของตัวเอง บวกกับเป็นช่วงจังหวะที่เธออ่อนแอ....
ปีศาจกลม : ก็ใช่ไง แกมันอ่อนแอ!!!!
เทพกลม : ความอ่อนแอทำให้เราเข้มแข็งขึ้น
ปีศาจกลม : ความอ่อนแอทำให้แกแพ้ เป็นไอ้ขี้แพ้!!!
เทพกลม : ฉันรู้ว่าเธอรู้ ว่าเขาสำคัญแค่ไหน เป็นแบบนี้เธอมีความสุขแล้วหรอ.. เธอควรดูแลถนุถนอมหัวใจคนสำคัญของเธอทุกคน
ปีศาจกลม : แล้วมีใครเห็นแกสำคัญบ้างล่ะ ในวันที่แกล้มมีใครอยู่ข้างๆแกบ้าง มีใครมาดูแลหัวใจแกบ้างหึ๊?
เทพกลม : หลับตาแล้วนึกดู ฉันรู้ว่าเธอรู้.....
ปีศาจกลม : แกมันจะไปรู้อะไร
เทพกลม : พอๆ พอได้แล้วปีศาจกลม
ปีศาจกลม : ฮ่าๆ ยอมแพ้แล้วสิ
เทพกลม : ป่าว........... ดูๆ มัวแต่เถียงกัน หลับแล้วนั่น
หน้ากลม : คร่อกฟี้... zzzZZ
26 มิ.ย. 2557
ครั้งสุดท้าย
"อยากให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ที่ฉันจะมานั่งร้องไห้ เสียใจอยู่แบบนี้"
ฉันบอกตัวเองแบบนั้นเสมอ
เสมอมาตั้งแต่ต้นปี หรืออาจจะนานกว่านั้น
และวันนี้ ฉันก็ยังบอกตัวเองอยู่แบบนั้น
๑๐ ปีที่ผ่านมา
ครั้งนี้คือครั้งที่ฉันเสียใจ และทรมานมากที่สุด
การบ้างาน อ่านหนังสือ บ้าดูหนัง ดูการ์ตูน
ไม่สามารถทำให้สมองของฉันหยุดคิดถึงเรื่องเธอได้แม้แต่เพียงนาทีเดียว
แม้แต่นาทีเดียวจริงๆ
ฉันนั่งทำงาน มือเขียนหนังสือ นิ้วกดเครื่องคิดเลข
แต่.. สมองของฉันกลับแบ่งคิดเรื่องตัวเลขที่อยู่ตรงหน้า
กับเรื่องเธอ ที่อยู่ห่างแสนไกล
ฉันเข้าโรงงานไปทำงาน งานที่ทำให้เหนื่อยล้า เสียเหงื่อ
ร่างกายทำงาน มือจับอุปกรณ์มั่น
แต่ใจก็ยังคิดถึงแต่เรื่องเธอ
ความเงียบระหว่างขับรถไปกลับที่ทำงาน
ฉันไม่สามารถเปิดเพลงใดๆให้บรรเลง
เพราะกลัวเพลงบางเพลงจะสะกิดหัวใจตัวเอง
ก็เลยต้องปิดเครื่องเสียง และฟังเพียงเสียงเครื่องยนต์
และหัวใจตัวเอง
การเข้าไปดูโลก social ดูจะทำให้ฉันกลัวเหลือเกิน
กลัวจะไปเจอเรื่องเธอ ที่จะมาทำร้ายจิตใจ
การออกห่างจากโลก แล้วมาอยู่ในโลกตัวเอง
คงจะดีกว่าสำหรับฉัน
การที่ยังกินได้ และนอนหลับ ถือว่าดีมากแล้วสำหรับช่วงเวลานี้
แต่ก็ยังมีปัญหา ที่การนอนหลับ มันยังทำให้ฉันฝันถึงเธอ
จนบางฉากที่ฝัน ฉันไม่อยากตื่นขึ้นมาเจอโลกความจริงนี้เลย
อยากหลับไป ไม่ต้องตื่น
(ดูเหมือนการหลอกตัวเอง จะเป็นทางเดียวที่ยังทำให้ฉันยิ้มได้)
ความอัดอั้นใจในตอนนี้
คือฉันไม่สามารถโกรธ หรือเกลียดเธอ
แต่ก็ไม่สามารถรักเธอให้เหมือนเดิม
หรือแม้แต่จะเป็นเพื่อนเธอ อย่างที่เธออยากให้เป็น
ฉันทำได้เพียงแค่ปล่อยเธอไป
และแบกความเจ็บปวดไว้แต่เพียงผู้เดียว
อาจเพราะฉันรู้ รู้ดีทุกอย่าง
รู้ว่าเธอโหยหาอะไร
รู้ว่าเธอมีความจำเป็นอะไร
ไม่ว่าจะเป็นภาระ หรือความฝัน
ฉันรู้ดี ว่าทางที่เธอกำลังเดินอยู่ในตอนนี้ คือทางที่จะทำให้เธอมีความสุขที่สุด
ทางนี้ คือทางที่เธอจะได้มาซึ่งทุกสิ่งที่เธอปรารถนา
เพราะรู้ดี ฉันจึงได้แค่ปล่อยเธอไป
ฉันดูเป็นนางเอกมากไปไหม
คงไม่ถึง.. เพราะฉันเป็นแค่ตัวประกอบ
สิ่งที่เสียใจ
คือ.. ฉันกับเธอไม่น่ากลับบ้านพร้อมกันเลย
เราไม่ควรเจอกัน
ฉันไม่ควรถือโอกาส ตอนที่เธอกำลังมืดแปดด้าน
เสนอยื่นเส้นทางที่เห็นแก่ตัวให้เธอ
เธอไม่ควรตอบรับข้อเสนอของฉัน
ฉันไม่ควรบอกย้ำความรู้สึกที่มีให้กับเธอ
เธอไม่ควรลังเลในความรู้สึกของตัวเอง
หรือจริงๆคือ เธอไม่ควรกลัวว่าฉันจะเสียใจ
การที่เธอยังยื้อเอาไว้นั่นแหล่ะ
คือสิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจมากที่สุด
ถ้าไม่ได้รัก ก็บอกฉัน ว่า อย่ารักเธอ
หรือแม้แต่การให้ความหวังต่างๆ
เธออาจจะไม่ได้ตั้งใจให้
แต่เธอไม่รู้หรือว่าฉันจะคิดไปได้ไกลแค่ไหน
และการให้
และพังมันซ้ำๆ
คนที่ผิดหวัง ต่อให้เข้มแข็งแค่ไหน ก็รับไม่ไหวหรอก
ในวันนั้น
หากฉันทำตามใจ และโอบกอดเธอไว้
ไม่สิ ไม่
เราไม่ควรเจอกัน
ฉันไม่ควรรู้เรื่องของเธอ
ถ้าไม่มีวันนั้น
วันนี้ก็คงไม่รู้สึกแบบนี้
สิ่งที่ทำให้ฉันไม่สามารถยืนอยู่ข้างๆเธอได้อีก
คือความจริงที่ว่า
ฉันไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย
ไม่รู้จริงๆ ว่าฉันเป็นตัวอะไร
เธอบอกว่าฉันเป็นหนึ่งในคนสำคัญในชีวิตเธอ
แต่สำคัญในแง่ไหน
ฉันได้บอกเธอไปแล้ว
ว่า ฉันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น
ฉันรู้ดี
เธอรู้ยิ่งกว่า
เธอไม่มีฉันคงไม่เป็นอะไร
ดีแล้ว
ถึงแม้ว่าฉันจะหนีความจริงไม่พ้น
แต่ก็ดีแล้วล่ะ
ที่เธอยังเดินไหว และยิ้มได้
จริงๆ ฉันไม่อยากห่างเธอไปแบบนี้เลย
อยากให้เหมือน ๑๐ ปีที่ผ่านมา
ที่ไม่ว่าจะไกลกัน หรือไม่ได้เจอกันยังไง
เราก็ยังเหมือนเดิม
ให้เธอรักใครๆก็ได้
เพียงแค่ให้ฉันอยู่ข้างๆเหมือนเมื่อก่อน
แค่เวลาอยู่ด้วยกัน มีฉันแค่คนเดียว
อยากให้เป็นแบบนั้น
แต่.. ฉันไม่มีแรงเลย
คลำทางหาแสงสว่าง
กลับพบแต่ทางที่มืดมน
ความเจ็บปวด
ทำให้ฉันก้าวขาไม่ออก
แม้เราจะเว้นช่องว่าง ห่างๆไว้แบบนี้
โดยที่ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ มาอธิบาย
แต่ฉันไม่มันใจเลย
ว่าช่องว่างที่เราเคยเว้นเอาไว้ให้กันและกัน
และเวลาที่ใช้
มันจะทำให้ฉันเหมือนเดิมได้หรือเปล่า
ฉันพยายามแล้ว
แต่เธอพยายามหรือเปล่า
ความเจ็บปวดที่เธอรู้สึกในตอนนี้
คงไม่ต่างจากฉัน
เธอรู้สึกไม่มีค่าในสายตาเขาเช่นไร
ฉันก็รู้สึกไร้ค่ากับเธอเช่นนั้น
อย่าพูดเพื่อเพียงผ่านไป
เพราะฉันเป็นคนจำ
เธอเป็นคนลืม
ถึง เธอ.. คนที่เธอก็รู้ว่าเป็นเธอ
-หน้ากลม-
กับวันที่.. ทำหมาหายไป
กับวันที่.. อยากเป็นคนความจำสั้น หรือเสื่อมไปเลย
และ
กับวันที่.. พรุ่งนี้ฉันจะไม่ร้องไห้กับเรื่องนี้อีกแล้ว น้ำตาในเดือนนี้คงมากพอแล้ว
22 มิ.ย. 2557
ไกลเท่าเดิม
บุรินทร์ จาก Groove riders
นักร้องที่มีคนแนะนำให้รู้จัก
(ด้วยบทเพลงเธอทั้งนั้น)
แต่เพลงนี้
"ไกลเท่าเดิม"
รู้จัก
และลึกซึ้ง
ด้วยตัวเอง
-หน้ากลม-
กับวันที่.....
ขอความสงบสุขมาสู่จิตใจของข้าพเจ้าโดยเร็ววัน
14 มิ.ย. 2557
รัก.. ให้เข้มแข็ง
"มีเพียงรักครั้งแรกเท่านั้น ที่เป็นรักที่จริงจังมากที่สุด"
มีคนบอกฉันมาแบบนั้น
สำหรับฉัน ตอนนี้คงไม่สามารถพิสูจน์มันได้
จำไม่ได้จริงๆว่าที่ผ่านมาฉันได้รักใครไปแล้วหรือยัง
กับ "หนุ่มน้อยนิว"
คนที่ไม่เคยคุย ไม่เคยได้ใกล้ชิด
แต่แค่เห็นหน้า หัวใจมันบอกว่า "แม่งหน้าตางี้สเปกเลย"
แล้วก็ผ่านไป โดยที่ไม่เคยได้เห็นหน้าเขาอีก
จบเพียงบันทึกหนึ่งหน้า บอกความรู้สึกลงไปในสมุดบันทึก
กับ "แอน" สาวน้อยจากหมู่บ้านข้างเคียง
เด็กสาวที่มาแนวแฟนคลับ
ครั้งนั้นฉันเป็นนักกีฬา ห้าว ลุย (แมนๆประมาณนั้น)
ผลคือ มีแฟนคลับเป็นผู้หญิงอยู่หลายคนเลย
ทั้งรุ่นน้อง รุ่นเดียวกัน ไปจนถึงรุ่นพี่
แต่แอนบุกยิ่งกว่า
ขอเบอร์เพื่อโทรหา
ที่อยู่เพื่อเขียนจดหมายคลาสสิกส่งตรงถึงบ้าน
โน๊ตน้อยบอกคิดถึง เป็นห่วง อยู่ทุกๆวัน
สำหรับฉัน ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ดูกุ๊กกิ๊กๆแปลกๆ
แต่เมื่อเขาเขียนมาเราก็เขียนกลับไป
มีจดหมาย มีบันทึกมากมาย
จบด้วยการย้ายถิ่นฐาน แล้วก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
กับ "น้องปุ้มปุ้ย"
น้องสาวสุดน่ารัก บอกจริงๆว่าปลื้มเธออยู่มาก
ความเก่ง ความน่ารัก ความเรียบร้อย
ใส่ใจเขาอยู่ทุกครั้งที่พบเจอ
ได้เพียงแค่ใกล้ชิดในระยะที่เป็นได้
จบด้วยความผิดหวังในธาตุแท้ และย้ายโรงเรียน
(ปัจจุบันยังเห็นเธอวนเวียนอยู่ในเฟสบุ๊ค ทำให้คิดถึงช่วงเวลานั้นเสมอๆ)
กับ "เพื่อนรุณ"
ไม่เคยเลยไปถึงเป็นความรัก
เพียงแค่.. มันอาจดีกว่าที่มีคนมารักเราด้วยความจริงใจ
เป็นคนแรกที่มอบแหวนคู่ให้
แต่ฉันใส่มันไว้ที่ขวามือ
ใส่.. เพราะไม่ได้คิดอะไร
(เพราะถ้าคิดคงใส่นิ้วนางข้างซ้าย)
สุดท้ายก็ไม่ได้ใส่ ทิ้งไว้ที่บ้าน พี่สาวเอาไปใส่ และหายไป
(ต่อๆ)คนที่ทำให้ฉันถึงกับเคยเสียน้ำตา (แม้เพียงไม่กี่หยด)
ในวันที่เขาจะบอกลาจาก
แต่วันนั้นฉันกลับยื้อเขาไว้ (เพราะอะไร?)
และพอกลับมา ฉันกลับเป็นฝ่ายเย็นชา และเหยียบย่ำความรักของเขา
จบด้วยอยู่ห่างๆในฐานะเพื่อน (ที่เขาไม่เคยคิดซื่อ)
กับ "ลุงหมูหรือป้อ"
คนที่มอบบ๊อบบี้น้อยตัวแรกให้(ซึ่งก็ยังอยู่ดี)
และบ๊อบบี้โต๊โต(ตัวที่เคยเอาออกมากอดแค่ครั้งเดียว)
หลังจากนั้นฉันก็หลงรักบ๊อบบี้เข้าเต็มเปา
บ๊อบบี้ที่กลายมาเป็นเพื่อนทุกข์เพื่อนสุข
(อ่าว ไปถึงบ๊อบบี้ซะงั้น)
คนนี้เป็นเพื่อนกันแบบไม่เคยคิดอะไรเลย
เพื่อนกันพันก้าว (พาขึ้นภูกระดึงพร้อมกับบุ๋ม)
จนก้าวไม่ออก เมื่อวันที่เขาบอกรัก
แต่เพราะเป็นเพื่อนจึงทำอะไรไม่ได้มาก
ไม่อยากเสียเพื่อน
แต่ยังดีที่เราอยู่ในระยะที่ปลอดภัย
จบด้วยเขารอไม่ไหว มีแฟนไปแล้ว (ฮาาาา)
กับ "ไอ่อั้ม"
ไม่เคยเลยที่เขาจะทำอะไรๆให้
เพียงแค่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
เมื่อครั้งนั้นฉันถึงได้ตามเขานัก
เรียกได้ว่าหลงล่ะมั้ง
หลงด้วยอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน
เวียนไปพบเจอ
ดูหนัง กินข้าว
ฟังเขาดีดกีต้าร์ ร้องเพลง
เฝ้าเขาเล่นเกมส์
ทิ้งเพื่อนสนิทเพื่อไปอยู่กับเขา
จบแล้ว จบด้วยความเกลียดชัง แม้จะไม่เคยได้รัก (อโหสิกรรมนะ)
กับ "พี่โจ้"
รุ่นพี่สุดน่ารัก
ณ ห้วงเวลานั้นที่ได้สบตา
คือช่วงเวลาที่ฉันอายที่สุด เขินจนหน้าแดง
ไม่ถึงกับรัก ชอบหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆฉันปลื้มในหน้าตา(สมัยโน้นน่ารักมาก)
ครั้งหลังได้มาเจอ พยายามทอดสะพาน
เป็นคนเดียวจริงๆที่ฉันเอ่ยปากชวนกลับบ้านด้วยกัน
หรือแม้แต่อยากให้พาไปเที่ยว
แต่พี่เขาก็ไม่เคยก้าวข้ามมา
เพียงแค่ยืนอยู่ที่ตีนสะพานอีกข้าง
เพราะเขาคิดว่า เราอยู่สูงเกินไป
จบด้วยความรู้สึกดีๆ ที่ไม่เคยลืม (เอ๊ะ หรือยังไม่จบ)
กับ "คุณเอกหรือคุณบอล"
คนที่ฉันเปิดใจให้มากที่สุด
อาจเพราะเขามีสิ่งที่ฉันโหยหา
การดูแล ความเอาใจใส่ ความรัก ความหวังดี
ทุกๆอย่างที่เขามอบให้
มอบให้ในช่วงเวลาที่ฉันต้องการมันยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
มีเขาอยู่ด้วย ฉันจะไม่ฟุ้งซ่าน
และลืมเลือนเรื่องที่เข้ามาทำให้จิตใจฉันอ่อนแรง
เพียงแต่.. การแวะเวียนมาหาในภายหลังจากนั้น
มันกลายเป็นความอึดอัด
และฉันพบว่า ฉันอยากอยู่คนเดียว
ด้วยรู้สึกผิดต่อใครอีกคน
จบด้วยความไม่เข้าใจ และฉันที่เฉยชา(เขาว่างั้น)
กับ "นายทหารเอ"
คนดีๆ ดีมากกก ดีจนแทบจะเกินไป
ต่อให้ฉันเย็นชา รำคาญ เขาก็ไม่เคยย่อท้อ
คิดว่าสักวันฉันจะต้องใจอ่อน
เพียงแค่.. วันนี้ฉันเพียงรู้สึกดี
ที่มีคนเป็นห่วง คนที่คิดถึง
คนที่อยู่ด้วยในห้วงเวลาเหงาๆ
จริงๆคือ ฉันดีใจที่มีเขาเป็นเพื่อน
ตอนนี้ยังไม่จบ
แต่ฉันคิดว่าฉันรู้ตอนจบของบทนี้แล้ว
(จะต้องทำเขาเจ็บอีกแค่ไหน กว่าเขาจะยอมแพ้
แล้ววันที่เขายอมแพ้ ฉันจะเสียใจไหมนะ)
กับคนสุดท้าย "จ๊ะโอ๋"
คนที่ทำให้ฉันยิ้มและร้องไห้ได้ในเวลาเดียวกัน (เก็บน้ำตา)
สมัยโน้น แอบมองหา พร้อมๆกับหลบหน้า
ผ่านๆมาก็เป็นเพื่อนคุย แชร์ชีวิตกันและกันอยู่ทุกวันๆ ทุกๆคืน (สมัยโน้นไม่รู้มีอะไรคุยกันนักหนา)
คิดถึง เป็นห่วงอยู่เสมอ (หลายๆครั้งก็เกินไป จนลืมห่วงตัวเอง)
ยอมลำบากลำบนไปหาถึงอีกฟากของกรุงเทพ (เอกมัย)
เอาใจ ยอม(เกือบ)ทุกอย่าง
ใจอ่อนให้กับความเป็นเขาอยู่ตลอด
แคร์เขามาก(เกินไป)
(หลายๆครั้งก็อยากให้เขา(พยายาม)แคร์ฉันบ้าง)
ในวันที่ฉันอ่อนแอ เขามักจะอ่อนแอยิ่งกว่า (จะบังเอิญไปไหน)
ฉันจึงต้องเข้มแข็ง เพื่อที่จะดูแลเขา (เคยดูแลกันรึป่าว??)
...เพียงแต่ มันคืออะไร
ความรัก งั้นหรอ???
จนเมื่อฉันแน่ใจว่ามันใช่ความรัก
แต่หรือ ฉันจะเข้าใจผิดไป
ฉันยังไม่มีโอกาสได้พิสูจน์เรื่องนี้
เพียงแค่ตอนนี้ฉันเชื่อว่ามันใช่
ฉันอยากให้เขาเป็นคนที่เดินไปพร้อมๆกับฉัน
เป็นคนที่ฉันอยากดูแล และดูแลฉัน
อยากให้เป็นคนที่ฉันเห็นหน้าตอนแก่ (แก่ไปพร้อมๆกัน)
ตอนนี้ยังไม่จบ เพราะฉันยังยื้อไม่อยากให้จบ
(แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงฝืนมาได้นานและไกลขนาดนี้
หากชั่งน้ำหนักของรอยยิ้มเทียบกับหยดน้ำตก ไม่รู้จริงๆว่าอันไหนหนักกว่ากัน)
แม้จะรู้ถึงตอนจบดี
แต่ก็นั่นแหล่ะ เพราะว่ารู้ดี รู้มากเกินไป
ฉันจึงไม่สามารถยอมรับตอนจบได้
เพียงแค่ปล่อยให้มันเป็นไป
จนกว่าจะถึงเวลาที่ตอนจบมาถึง
แต่ก็ไม่รู้อีกว่า
กับช่วงเวลาแบบนี้
ตอนจบจะมาถึงเร็วกว่าที่คิดหรือเปล่า
ยังปล่อย
ปล่อยให้เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้
-หน้ากลม-
กับวันที่.. ไม่รู้ว่าใจจะเข้มแข็งได้อีกนานแค่ไหน
18 พ.ค. 2557
จาก.. บวม
เดินทางกลับบ้าน มีโอกาสได้รื้อห้องนอน
และพบจดหมายฉบับหนึ่งบนชั้นหนังสือ.....
แด่.. เฉื่อย
และพบจดหมายฉบับหนึ่งบนชั้นหนังสือ.....
แด่.. เฉื่อย
เรื่องมันเกิดขึ้นมาเพราะว่าฉัน
เห็นเธอนั้นนอนอยู่ฝั่งตรงข้าม
จำได้ไหมตอนเข้าค่ายพุทธรรม
เรานอนห้องเดียวกันสามวันเลย
บังเอิญเราได้อยู่ห้องเดียวกัน
มันช่างขัดใจฉันมากเหลือหลาย
แถมอยู่กลุ่มเดียวกันอีก "โอ๊ย! อยากตาย"
ฉันจะทนอยู่ได้แค่ไหนเชียว
เธอเริ่มออกพฤติกรรมความเรียบร้อย
แต่บ่อยบ่อยดูออกไปทาง "เฉื่อย"
เธอก็เป็นของเธอมาเรื่อย
ใครว่า "เฉื่อย" ก็ยังเฉื่อยอยู่ต่อไป
ตอนแรกแรกนึกว่าอยู่ในเมืองหรอก
เห็นหน้าตาเธอออกจะไบรท์ๆ
วันหนึ่งเธอออกสำเนียง "หนองตะไก้"
ปุ๋ยช่วยไปเอา "ไม้กวด" ให้เค้าที
เรื่องภาษาท้องถิ่นไม่ต้องห่วง
ไปถาม "กวง" ห้องเจ็ดก็ได้นี่
เธอรู้สึก "เอ๊ะใจ" อยู่หลายที
เล่นเอาตัวฉันนี้แสนงงงวย
ทนทนอยู่กับเธอมาสามปี
เตรียมใจอยู่หลายนาทีว่าต้องจาก
กลัวจะดีใจจนออกนอกหน้ามาก
วันที่จากต้องแอ๊บเศร้าจึงเข้าที
จะปฎิเสธยังไงว่าไม่รัก
อยู่กันมานานนักยากจะหนี
ความรักเพื่อนเพิ่มขึ้นทุกนาที
และยังเป็นอย่างนี้ตลอดมา
เคยได้ยินบ้างไหมที่เขาบอก
"รักนะแต่ไม่แสดงออก" ให้รู้ว่า
รู้สึกรักและเป็นห่วงเสมอมา
ถึงแม้จะต้องลาจากกันไป
ขอให้เธอจำไว้อยู่อย่างหนึ่ง
ว่าถึงเพื่อนไม่ได้คุยเช้าสาย
ความเป็นเพื่อนยังคงอยู่แม้ห่างไกล
อยู่ที่ไหน "เฉื่อย" ก็ยังเป็นเพื่อนเรา...
จาก.. บวม
11 พ.ค. 2557
Let it Go!!
ศิลปิน : Idina Menzel
อัลบั้ม / ซิงเกิ้ล : Frozen [Original Motion Picture Soundtrack]
เพลง : Let It Go (Disney’s Frozen)
ผู้แต่ง : Kristen Anderson-Lopez, Robert Lopez
ค่ายเพลง : Walt Disney Records
อัลบั้ม / ซิงเกิ้ล : Frozen [Original Motion Picture Soundtrack]
เพลง : Let It Go (Disney’s Frozen)
ผู้แต่ง : Kristen Anderson-Lopez, Robert Lopez
ค่ายเพลง : Walt Disney Records
(English version)
(Thai version)
The snow glows white on the mountain tonight
หิมะสีขาวเป็นประกายในราตรี
Not a footprint to be seen
ไม่มีรอยเท้ายามที่มอง
A kingdom of isolation, and it looks like I’m the Queen
ในดินแดนอ้างว้างร้างผู้คนมีเพียงเรานี้ที่ครอบครอง
The wind is howling like this swirling storm inside
ยังมีพายุซ่อนอยู่ภายในหมุนวนเวียนว่าย
Couldn’t keep it in; Heaven knows I’ve tried
ถึงต้านทานเท่าไหร่ฉันก็ห้ามไม่ได้
Don’t let them in, don’t let them see
อย่าเปิดใจไป, อย่าให้เขาเห็น
Be the good girl you always have to be
ต้องเป็นคนดีที่เขาสอนให้เป็น
Conceal, don’t feel, don’t let them know
ปกปิดในใจ, อย่าให้เขารู้
Well now they know
สุดท้ายก็รู้
Let it go, let it go
ปล่อยมันไป, อย่างที่เป็น
Can’t hold it back any more
ไม่อาจจะเก็บอีกต่อไป
Let it go, let it go
ปล่อยออกมา, เลิกซ่อนเร้น
Turn away and slam the door
เดินกลับหลังหมดสิ้นเยื่อใย
I don’t care
ฉันไม่กลัว
What they’re going to say
ปล่อยให้เขาพูดไป
Let the storm rage on, the cold never bothered me anyway
พัดให้โหมกระหน่ำ, ความหนาวไม่ทำให้เดือดร้อนซักเท่าไหร่
It’s funny how some distance
มองอะไรยามไกลห่าง
Makes everything seem small
กลับเห็นเล็กลงไปเลย
And the fears that once controlled me
ความหวั่นไหวที่คอยเข้าครอบงำ
Can’t get to me at all
กลับทำไม่ได้ดังเคย
It’s time to see what I can do
สิ่งใหม่ยังรอให้ลองให้รู้
To test the limits and break through
จะไปสุดทางให้ใครได้ดู
No right, no wrong, no rules for me
ฉีกกฏซ้ำๆ, เลือกทำสิ่งใด
I’m free
อย่างใจ
Let it go, let it go
ปล่อยมันไป, อย่างที่เป็น
I am one with the wind and sky
เชื่อมใจไปกับลมและฟ้า
Let it go, let it go
ปล่อยออกมา, เลิกซ่อนเร้น
You’ll never see me cry
เผชิญมันด้วยความกล้า
Here I stand
ฉันจะยืน
And here I'll stay
ตรงนี้เรื่อยไป
Let the storm rage on
พัดให้โหมกระหน่ำ
My power flurries through the air into the ground
พลังในกายล่องลมลอยฟ้าลงมาสู่ดิน
My soul is spiraling in frozen fractals all around
พลังในใจแทรกในเกล็ดน้ำแข็งล้อมรอบกายไม่สิ้น
And one thought crystalizes like an icy blast
ผลึกความคิดผุดเป็นเกล็ดใสไร้ความกังขา
I’m never going back
ไม่ขอคิดหวนคืนไป
The past is in the past
ความหลังไม่อาจคืนมา
Let it go, let it go
เป็นตัวเรา, อย่างที่เป็น
When I’ll rise like the break of dawn
ขอทะยานยังตะวันส่องฟ้า
Let it go, let it go
ปล่อยออกมา, เลิกซ่อนเร้น
That perfect girl is gone
เด็กดีไม่เห็นมีค่า
Here I stand in the light of day
ฉันจะยืนเด่นในแสงแรงกล้า
Let the storm rage on
พัดกระหน่ำเข้าไป
The cold never bothered me anyway
ความหนาวไม่ทำให้เดือดร้อนซักเท่าไหร่
-หน้ากลม-
กับวันบ้า Frozen การ์ตูนอะนิเมชั่นยอดเยี่ยมแห่งปี
ของเขาดีจริงนะ ^^
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

