ช่วงเวลาหยุดยาวคงมีหลายคนออกตะลอนๆท่องเที่ยว
หรือบางคนก็อาจจะเลือกพักผ่อนอยู่ที่บ้าน
แต่สำหรับวันหยุดยาวปีใหม่ปีนี้ของหน้ากลม
จะพาไปล้อๆเล่นๆที่ จ.เพชรบุรณ์
ขอเกริ่นนำนิดหน่อย
ปกติวันหยุดยาวของหน้ากลมจะไม่ค่อยได้ออกเดินทางสักเท่าไหร่
เพราะวันหยุด คือเวลาของครอบครัว
ส่วนที่เห็นตะลอนๆไปทั่ว(ไหม?) ก็เป็นแค่อารมณ์แบบว่า "อยากไปก็ไปโล้ดดด!!"
และทริปนี้ที่ทำให้หน้ากลมยอมแบ่งเวลาครอบครัวออกมา นั่นเพราะเพื่อนพเยียคนเดียวเลย
จะว่าแบบนั้นก็ไม่ถูกซะหมดนะ (พเยียแอบอมยิ้มแล้วก็ต้องหง๋อยเลยเมื่อเจอบรรทัดนี้ 555)
เหตุผลหลักที่ลากหน้ากลมออกเดินทางออกจากบ้านในวันหยุดยาวได้.. เพราะคุณพ่อของพเยีย
ขอไปเยี่ยม ให้กำลังใจสักหน่อย (พเยียยิ้มอีกรอบสินะ แหะๆ)
ทริปนี้เกือบจะพลาดไปแล้ว เพราะรถติดโค-ตะ-ระๆ หน้ากลมก็เลยเกิดกลัวขึ้นมาซะงั้น
แต่.. บอกแล้วว่าจะไป ก็ต้องไปให้ได้สินะ
งั้นก็ออกเดินทางโล้ดดดด
Let's Go!!!!
สวัสดีปีใหม่ วันพฤหัสบดี ที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๘
บอกเลยว่านานมากแล้วที่ไม่ได้ใช้บริการขนส่งทางบกอย่างรถทัวร์ ครั้งสุดท้ายน่าจะเมื่อ ๒ ปีก่อน ก่อนที่จะได้น้องขวัญ(รถ)มาเป็นคู่ชีวิต
แอบประหม่า ตั๋วก็ยังไม่ได้จอง ดูข้อมูลในเนตแค่ว่า
"อ่อ เราต้องขึ้นรถของนครชัยทัวร์ไปลงพิษณุโลก"
ก่อนเดินทางรู้แค่นี้จริงๆ จนแล้วจนรอดต้องมีเพื่อนมาถามย้ำว่า "โทรไปจองตั๋วแล้วหรือยัง?"
"อ่าว ต้องจองด้วยหรอ" เรารึก็คิดว่ารถจะเยอะเหมือนเพิ่มรอบขึ้นมาเพื่อให้บริการช่วงวันหยุดยาว แต่ก็ลืมไปว่า นี่มันสายยาวนี่หว่า รถสายยาวขึ้นเหนือ เชียงใหม่โน่น
"จองก็จอง"
สุดท้ายก็รบกวนพี่ ให้ไปซื้อตั๋วที่ บขส.ใหม่ ได้รอบ ๐๔.๑๕ น.
...ความเงียบภายในรถ ความมืดภายนอกรถ
แสงจากหลอดไฟ เงาต้นไม้ เงาของภูเขา
ทำให้ความคิดร่องลอยไปไกล
ยากที่จะข่มตานอน (ด้วยคิดถึง)
 |
| เดินทางร่วม ๖ ชั่วโมงก็ถึงจุดหม่ย "พิษณุโลกสองแคว" |
เดินทางมาถึงขนส่งด้วยเวลาตามนาฬิกา (กลัวลืมเลยถ่ายไว้) ใช้เวลาก็ ๖ ชั่วโมงนิดหน่อย ก็ยังโอเคไม่เมื่อยก้นมาก
ไม่นานเพื่อนพเยียก็มารับที่ขนส่ง แล้วพาไปเยี่ยมคุณพ่อที่โรงพยาบาลนเรศวรฯ
เคยคุยกับคุณพ่อก่อนหน้าที่จะเดินทางมาเยี่ยมว่า
"เดี๋ยวไปวิ่งแข่งกันนะคะ"
แต่กลายเป็นว่าต้องพักไว้ก่อน
คุณพ่อบอกว่า
"เจอกันครั้งหน้างานนุ่ม" น่านไง
"หนูยังขายไม่ออกเลยค่ะ"
 |
| หายเร็วๆนะคะ แข็งแรงๆ หนูจะไปงานลูกสาวคุณพ่อ ^^ |
จบจุดประสงค์หลักของการเดินทางไปแล้ว (ใช่ไหม)
เรามาเดินทางไปลั้นลากันดีกว่า
ทริปนี้มีเพื่อนร่วมเดินทางทั้งหมด ๕ คน
เจ้ยุ้ย(พี่เยียร์) พี่อัก(แฟนเจ้ยุ้ย) น้องแอม(ลูกพี่ลูกน้องเยียร์) พเยีย(เพื่อนหน้ากลม) และหน้ากลม
ไม่มีแผนใดๆ ก็ตะลอนๆไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงที่พัก
กว่าจะยัดบรรดากระเป๋า สัมภาระสำหรับการเดินทาง (โดยเฉพาะเสื้อผ้าสาวๆ) ใส่ท้ายรถโตโยต้าอาลติทของเจ้ยุ้ยได้ เวลาก็เลยไปบ่ายโมงกว่าๆแล้ว เวลานี้กองทัพต้องเดินด้วยท้อง
เจ้าบ้านตกลงกันพาแขก(หน้ากลม) ไปลองชิมก๋วยเตี๋ยวห้อยขา อยู่ใกล้ๆสวนนเรศวรฯ(คิดว่าจำไม่ผิดนะ) ก็ไปตามแผนที่เลยล่ะกันง่ายๆ มีหลายร้านให้เลือก แต่เจ้เขาก็พาไปชิมที่ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาป้ากฐิน อร่อยไม่อร่อย แต่เจ้าของร้านเล่าประวัติซะเป็นตาแซ่บ (แซ่บอะไรกัน อ่านต่อ)
พอดีโต๊ะที่เรานั่ง(นั่งขัดสมาธิบนพื้น) อยู่ข้างหน้าโต๊ะเก็บเงินที่มีเจ้าของร้านนั่งอยู่พอดี
ไม่รู้ว่าเริ่มต้นที่ไหน จบยังไง จำไม่ได้ แต่จำได้ในสาระที่ไร้สาระว่า (เอาแค่คีย์เวิร์ด)
"ร้านมีประวัติยาวนาน ก่อตั้งตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๐๐"
"คุณลุงมีเมียมาแล้ว ๙๙ คน คนที่นั่งทำก๋วยเตี๋ยวอยู่นั่นคือคนที่ ๙๙"
"ย้ำ ๙๙"
ถามว่าสมาชิกร่วมเดินทางทุกคนคิดอะไรอยู่???
แต่รู้ ไม่บอก ไม่พูด
รู้แค่ว่า
"เรารีบกิน รีบจ่ายเงิน รีบเผ่นเถอะ"
สาระๆ
"ก๋วยเตี๋ยวอร่อยดีนะ ถั่วเยอะๆ นัวๆ"
 |
| คุณลุงเจ้าของร้าน นั่งรอเก็บตังค์ |
 |
| นัวๆ แบบถั่วๆ สูตรโบราณ (เขาว่างั้น) |
 |
| มากินแล้ว ไม่ห้อยขาไม่ได้ เดี๋ยวไม่ถึง ^^ |
กองทัพอิ่มแล้ว เราๆก็เดินทางกันต่อ
ระหว่างการเดินทาง ทั้งไปและกลับ ดีเจเจ้ยุ้ยจะเปิดเพลงเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก เปลี่ยนอีกรอบ แล้วก็เปลี่ยนอีก เปลี่ยนเอาใจลูกทัวร์ เอาเพลงที่มันกินใจ และแหกปากร้องเพลงกันได้ทุกคน แต่ถึงร้องไม่ได้ ก็คลอๆสักนิดก็ยังดี
"อ่าว รู้ชื่อเพลง เอาไป ๒๐ บาท"
"อ๊าว ร้องได้เอาไปอีก ๒๐ บาท"
เจ้ยุ้ยกระตุ้นลูกทัวร์มาก คุณครูพเยียซึ่งง่วงมากถึงกลับต้องยอมแพ้ ตื่นมาแหกปากร้องเพลงไปกับคนอื่นๆ (หวังเงิน ๒๐ บาทสินะ ฮ่าๆๆ)
สุดท้ายมีแค่น้องแอมที่ได้ไป ๒๐ บาท
เพลงนี้ต้องซ้อมไว้ ร้องประสานเสียงในงานแต่งเจ้ยุ้ย
สนุกสนาน บันเทิง เริงร่าบนรถพอสมควร
ก็ลงแวะมาถ่ายรูปชมวิวบ้าง
ที่แรกเลย ROUTE 12
จะเรียกว่าเป็นจุดพักรถก็ได้
พักรถ ชมวิว ซื้อของ ถ่ายรูป ตามภาษาคนอารมณ์ดี
ถ่ายรูปกันอิ่มแล้ว ก็เดินทางกันต่อ
สถานที่ต่อไปคือ "วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว"
แก้วจะไปซ่อนอยู่ที่ไหน ไปหากัน
(ทางเข้าวัดอาจจะมีหลายช่องทางให้เลือก แต่ขับไปจนถึงทางเข้าที่มีป้ายบอกชัดเจน ทางนั้นสะดวกที่สุด ถ้าเลี้ยวไปก่อน อาจจะรู้สึกเหมือนกับว่า ขึ้น-ลง ภูเขาไปหลายลูก)
เข้าไปเย็นๆ.. ออกมาซะมืดเลย
ไม่รอช้า รีบบึ่งไปหาที่พักซะก่อนที่จะมืดไปกว่านี้
รีสอร์ทที่เลือกพัก ชื่อ "ลีปันดา" อยู่ อ.เขาค้อ
ทางเข้าเลยจากที่ว่าการอำเภอเขาค้อไปประมาณ ๓๐๐ เมตร อยู่ฝั่งตรงข้าม
ทางเข้าหายากม๊าาากก
คงด้วยว่าเวลานั้นก็มืดมากแล้ว ไหนจะมีตลาดอยู่ใกล้ๆทางเข้าอีก ทำให้ทางเข้าสังเกตได้ยาก แม้จะมีป้ายรีสอร์ทติดไว้เป็นแถวมากมาย (แต่ป้ายรีสอร์ทลีปันดา ดันไฟไม่ติด แล้วจะหาเจอไหมล่ะค่ะ) แต่ก็วนรถหลายรอบกว่าจะเจอ
และสุดท้าย.. ก็มาถึง
เอ๊ะ เรานอนเต้นท์กันนะ รู้แล้วนะ เอาไปกางเอง จัดเอง ห่มผ้าห่มหนาๆเอา (ค่าที่ ๑๐๐ บาท)
เพิ่งรู้ว่าห้องน้ำรวมสำหรับผู้เข้าพักแบบเต้นท์มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ด้วย ตื่นเต้นมาก
แต่....
เครื่องทำน้ำร้อนนะ ไม่ใช่เครื่องทำน้ำอุ่น ใช้แก๊ส จุดแก๊ส ให้ไฟจากแก๊สต้มน้ำ แม่เจ้าร้อนจ๊าก ต้องเปิดน้ำจากก๊อกเย็นๆผสมถึงจะพอดี
แต่...
โชคร้ายที่หน้ากลมไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับน้ำร้อน
เพราะ.... น้ำจากเครื่องทำน้ำอุ่นไม่ไหลซะงั้น มีแต่น้ำจากก๊อก หน้ากลมก็เลยได้อาบน้ำเย็นๆจากก๊อก ด้วยเวลาขณะนั้นประมาณ ๒๓ นาฬิกา .. กรี๊ดดด!!!! ถ้าทำได้ก็อยากจะกรี๊ดดังๆอ่ะนะ น้ำเย็นสุดๆ
ไม่รู้ว่าคนอื่นจะหนาวมากไหม?
แต่คืนนี้หน้ากลมขอจัดเต็ม
เสื้อกล้าม ๑, เสื้อคอเต่า ๑, เสื้อแขนยาวคอกลม ๑, เสื้อกันหนาวตัวนอก ๑, ผ้าพันคอ ๑, หมวก ๑, เกงเล
(ตัวกลมเลย ฮ่าาา)
เวลายามค่ำที่นั่นไม่มีอะไรมาก ทุกคนมุดอยู่ในเต้นท์ แต่หน้ากลม พเยีย น้องแอม เราออกมาเดินฟินถ่ายรูปก่อนเข้านิทรา (ในรีสอร์ท... ข้างๆ ฮ่าาา)
 |
| เขาค้อยามค่ำคืน |
คืนนี้อากาศช่างเหน็บหนาว
ไร้ซึ่งแสงดาว
มีเพียงแสงจันทร์ให้ชื่นชม
ร่ำร้อง "จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง...."
วันศุกร์ ที่ ๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๘ เวลา ๐๕.๑๑ น. อรุณสวัสดิ์เขาค้อ
ไม่มีใครตื่นมานั่งฟินเป็นเพื่อน
ก็ฟินคนเดียวก็ได้
งอน!!
และงอนที่สุดคือ ตื่นออกมาล้างหน้าแปลงฟัน เดินไปเดินมาสักพัก ตั้งกล้องถ่ายรูปท้องฟ้า ธีมดวงดาวชัดๆ แต่กลายเป็นว่า ดวงดาวถูกบดบังด้วยแสงจันทร์มากเกินไป ถ่ายไม่ได้ ไม่รู้จะไปไหน เลยว่าจะกลับเข้าไปนอนเล่นต่อในเต้นท์สักหน่อย กลับมา "อ่าว เพื่อนเยียร์ค่ะ ออกไปแป๊ปเดียวคุณเธอพลิกตัวมากินที่ที่หน้ากลมเคยนอนซะหมดเลยนะ ไม่มีที่ให้แทรกเลย"
สุดท้ายจึงจำใจเดินจากมา ไปนั่งฟินคนเดียวที่เรือนรับรอง
เช้าแล้ว
ลมยังพัดโหม
หอบเอาอากาศแสนเหน็บหนาวมาปะทะทั่วร่างกาย
หน้าชา แขนชา ขาชา
น่าเสียดาย ที่เช้านี้ไม่มีเธอ
หัวใจเริ่มชา
ไร้ซึ่งหมอกสีจางๆ
 |
| เขาค้อยามเช้าๆ |
นั่งฟินอากาศเย็นๆ จิบกาแฟ โซ้ยมาม่า ข้าวเหนียวหมูปิ้ง
เก็บสัมภาระเดินทางกันต่อ
ต่อๆๆๆๆ ต่อข้างๆรีสอร์ทไปถ่ายรูปสักนิด
(รีสอร์ทเราวิวชมหมอกสวย แต่สถานที่ไม่สวย - เลือกเอา)
ออกมาจากรีสอร์ทเราก็วางแผนเดินทางกันไปต่อยังอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
คิดไว้จะไปถ่ายภาพสวยๆที่อุทยานฯ โดยเฉพาะหินปุ่ม
ระยะทางช่างแสนไกล
เราแวะกันถ่ายภาพที่ "แทนรักทะเลหมอก" กันก่อนแล้วกัน
 |
มีเด็กดอยขายของอยู่แถวๆนั้นด้วย คุณครูเลยชวนมาแช๊ะด้วยซะเลย
(ไอ่คนที่กลางแขนข้างหลัง อย่าให้รู้นะว่าเป็นลูกบ้านไหน หึหึ) |
 |
| สวยๆ |
 |
จริงๆนะ ให้คะแนนความพยายามเต็ม ๑๐ ค่ะ
สุดย๊อดด!!!! |
ไม่อยากจะชมตัวเองนะ
แต่ถ่ายรูปตัวเองด้วยการตั้งขาตั้งกล้องนี่แจ่มมาก
"นายแน่มากหน้ากลม" ฮ่าๆๆๆ
แวะอีกแวะ จิบกาแฟสักหน่อย
(หน่อยเดียวจริงๆ)
"อร่อยไหม?"
"ตอบ!"
จุดพักทุกที่... เน้นวิวจริงๆ
วิวสวยทุกจุด
ท้องฟ้า ภูเขา ต้นไม้... สุดลูกหูลูกตา
เกือบถอดใจไปหลายครั้ง
แต่เราก็ขึ้น(เขา)มา
มาเรื่อยๆ ขึ้นเรื่อยๆ
แม้ไปไม่ถึงจุดหมาย แต่ก็ได้มา... ภูทับเบิก

 |
| ถนนคดเคี้ยวมาก.. มากเป็นงู |
พาชมวิวกันแบบเต็มๆแล้ว
.. รถติด เย็นมากแล้ว กว่าจะไปถึงคงจะมืดซะก่อน
และก่อนที่จะมืดและอันตราย
เราก็เดินทางกลับกันดีกว่า
กินลมชมวิวมาเยอะแล้ว
แค่นี้ก็คุ้มแล้ว...
 |
| ขึ้นๆ ลงๆ พบเจออุปสรรคบ้าง ราบเรียบบ้าง ก็เหมือนกับชีวิตนั่นแหล่ะ |
 |
โปสการ์ดเพื่อคนพิเศษ
(แอบน้อยใจร้านขายโปสการ์ดที่ทุกวันนี้ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับภาพถ่ายบนโปสการ์ดเลย
ภาพไม่สวย ไม่ได้บรรยากาศ ขายแพง มันจะขายได้ยังไง มีแต่คนประเภทที่ชอบส่ง จึงจำใจซื้อส่ง
โปสการ์ด คือ ความทรงจำ ... ควรทำให้มันเป็นความทรงจำที่สวยงาม... นะ) |
ขอบคุณที่ร่วมเดินทาง
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้าง
ขอบคุณที่ยังมีกัน
(ความหมายมันเหมือนกันนะ)
ขอบคุณที่รักกัน
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๘
เดินทางโดยสวัสดิภาพค่ะ
เพราะยังหายใจ.. ชีวิตจึงต้องเดินทาง
หน้ากลม
ปล.ขอขอบพระคุณผู้ร่วมเดินทางทุกๆคน ผู้สนับสนุนการเดินทางอย่างเป็นทางการ
ปปล.ต่อนะต่อ เพื่อน!!
ขอบคุณค่ะ ซึ่งเลย อบอุ่นเลย ^^