เขาบอกว่า
"เพื่อนกับแฟน แทนกันไม่ได้"
นึกถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ได้กลับไปบ้านต่างจังหวัด
ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เพื่อนสนิทจะทำงานเป็นครู
ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เพื่อนสนิทจะสละโสดแต่งงานมีครอบครัวไป
ทุกครั้งที่เดินทางกลับบ้าน
ก็จะต้องส่งข้อความ หรือโทรหาเพื่อนก่อน
ให้รู้ว่า "ฉ้านนกำลังจะกลับบ้านแล้วนะ มาหา มารับด้วย"
วันหยุดที่ได้อยู่บ้าน
ก็จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่เราได้คุยกัน ถามถึงสารทุกข์สุขดิบที่ผ่านมา
ไปจนถึงปรึกษาปัญหาชีวิต(หัวใจ)
เรื่องเครียดๆ ก็กลายเป็นเพียงเรื่องจิ๊บๆ
เพราะว่าเราจะผ่านมันไป
จะมีช่วงเวลาแบบนี้เสมอๆ
เราไม่ได้เจอกัน ไม่ได้คุยกัน(เลย)
ไม่ว่าจะโทรศัพท์หรือเฟสบุ๊ค เราไม่เคยติดต่อกัน(เลย)
ผ่านมาเป็นวัน เป็นอาทิตย์ เป็นเดือนๆ
แต่ทุกครั้งที่ได้กลับไปเจอกัน คุยกัน
ทุกอย่างยังเหมือนเดิมเสมอ
รู้สึกดีจริงๆ อย่างน้อยก็มีเพื่อนที่ทำให้รู้สึกแบบนี้ได้อยู่อีกหนึ่งคน
ไม่ต้องมีเพื่อนมากมาย ขอแบบที่ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม สักคนก็พอ
แต่การกลับไปครั้งล่าสุด
ไม่ได้โทรบอกว่ากลับไป
เพื่อนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากลับบ้าน จนเห็นรถจอดอยู่ที่โรงจอดรถ
เพื่อนจึงแวะมาหา
ไม่พ้นที่เพื่อนจะเหน็บแนมว่าทำไมไม่บอกไม่กล่าวว่าจะมา
ซึ่งก็... ไม่มีคำอธิบายใดๆ
และถ้าจะให้อธิบายกันจริงๆ(อาจจะเป็นแค่ข้ออ้าง)
อย่างหนึ่งคือ
เพราะเพื่อนทำงานเป็นครู .. รู้สึกว่าเพื่อนจะเครียด และมีงานเยอะมากมายแล้ว
และอีกอย่างคือ
เพราะเพื่อนแต่งงานมีครอบครัวแล้ว และไปอยู่บ้านแฟน
ก็ไม่รู้ว่าจะรบกวนเขารึป่าว
ก็เลยไม่ได้บอก
ไม่บอกน่าจะดีกว่า
เดี๋ยวเดียวก็กลับ
ช่วงเวลาที่กลับบ้าน
แล้วไม่ได้เจอเพื่อน
มันรู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน
เย็นวันหนึ่ง
ด้วยอารมณ์ไหนไม่รู้
อยากออกไปหาถ่ายรูป
ภายใต้เงือนไข "ผืนนา"
ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงโทรไปหาเพื่อน
ให้เพื่อนพาไปหาถ่ายรูป
ขับรถเล่น รับลมกันชิวๆ
แต่ตอนนี้ไม่มีใคร
ก็เลยขี่มอเตอร์ไซด์ออกไปคนเดียว
กับกล้องหนึ่งตัว ขับรถออกไปสู่ท้องถนน
อยากจอดตรงไหนก็จอด อยากถ่ายตรงไหนก็ถ่าย
นาใครไม่รู้ ถ้าคิดว่ามุมได้ก็ถ่ายหมด
ระหว่างที่เดินทาง และถ่ายรูปไป
ใจมันเคว้งคว้างพอสมควร
ตั้งแต่เกิดมา
มีสมองให้คิดและจดจำ
นี่อาจเป็นครั้งแรก
ที่รู้สึกว่า...
"เราไม่มีใครเลย"
...
ไม่มีใครเลย
เพราะกันตัวเองออกมาต่างหาก
เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนเสมอ
วันไหนๆ ชีวิตจะร้ายหรือดี
เพื่อนก็ยังรักเพื่อนเสมอ
จะมีเพื่อนแบบนี้สักกี่คนนะ
คนที่ไม่เคยโกรธกัน.. ในวันที่ไม่ใส่ใจ
หนึ่ง..
สอง..
น่าจะพอ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น