หวานอมขม หรือจะเรียกว่าขมอมหวาน
ที่จริงมันก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่
แต่ใช้หวานอมขม น่าจะดูดีกว่านิดนึงนะ
รสชาติของความหวาน ขนมหวาน ของหวาน
กินหลังอาหาร หรือกินเล่นๆ เพื่อคลายหิว
รสหวานของสิ่งเหล่านี้ ใครๆก็ชอบล่ะ ยกเว้นคนที่กินหวานไม่ได้
รสชาติของความขม
อะไรดีล่ะ ยาขม ยาสมุนไพร
รสขมสุดท้ายเราก็นึกถึงยา
แต่หวานอมขมที่กล่าวนี้ไม่ได้จะพูดถึงของกิน
หากแต่เป็นอารมณ์ ความรู้สึก
ที่เอามาเปรียบเปรยกับสิ่งต่างๆเหล่านี้
ความรู้สึกที่เหมือนหวานอมขม
ที่รู้สึกกลืมไม่เข้า คลายไม่ออก
เพราะรสชาติของความหอมหวาน ที่อยากจะกลืนลงไป
แต่เพราะความขม ที่ทำให้ยากที่จะกลืน
จะกลืมก็ขม
จะคลายก็เสียดายของ
เหมือนกับความรู้สึก
ของคนที่มีความรัก... ที่เจ็บปวด
วันนี้ความรักเบ่งบาน โลกเป็นสีชมพู
โลกนี้มีแต่รอยยิ้ม
ดีจริงๆที่วันนี้ยังมีชีวิตอยู่ อยู่เพื่อรัก
แต่อีกวันนึง
กับคนที่รัก ต้องพลัดพลาก
ทุกอย่างไม่เหมือนเคย
ไม่มีกันและกัน
รัก.. ที่ไม่เท่ากัน
คนหนึ่งที่รักมากกว่าต้องทนเจ็บ
กับอีกคนที่รักน้อยกว่าต้องทนอยู่
มีเพียงสิ่งเดียวที่ยึดไว้คือความผูกพัน
ถ้าวันใดระเบิดลง
และพังสิ่งที่เรียกว่าความผูกพันนี้ไป
แล้วจะเหลืออะไร
เพราะการไม่อยากสูญเสียใครสักคนไป
ก็เลยต้องทนเจ็บ ทนอยู่
เพื่อแค่ว่าให้ทุกอย่างดูเหมือนเคย
เพราะอยากให้มีกันอย่างนี้ต่อไป
ก็เลยต้องเก็บงำความรู้สึกเอาไว้
ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ยังอยากให้อยู่ด้วยกัน
ให้วันนี้ยังมีกันและกัน
..
อยากรัก แต่ก็รักไม่ได้
ไม่อยากรัก แต่ก็ทำไม่ได้
อยากหนี แต่ก็ไม่กล้า
อยากอยู่ตรงนี้ตลอดไป แต่นั่นก็เป็นแค่ฝัน
..
ท้ายสุด
ก็ยังจมอยู่กับความรู้สึก
ที่ยังกลืนไม่เข้า คลายไม่ออก
รสชาติของชีวิต
ยังอยู่ที่ หอมหวาน แต่ขมขื่น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น