ฉันเริ่มต้นการเขียน โดยใช้เพลงนี้ เป็นแรงบันดาลใจ "ผูกพัน" โดย บอย ตรัย ภูมิรัตน
"นี่ใช่ไหมอะไรๆที่เคยคิด ชีวิตที่มีแต่ฉัน
ต่อจากนี้คงตัวคนเดียวอย่างที่คิด นี้หรือที่ใจต้องการ... "
เพลงนี้ได้เข้ามากัดกินหัวใจของฉัน
ทั้งๆที่เพลงแผ่นนี้ก็ฟังตลอดตั้งแต่เดือนเมษายน
ฟังวกไปวนมา
แต่เมื่อวาน ระหว่างการเดินทางกลับชลบุรี
เพียงแค่ดนตรี เพียงประโยคแรกของเนื้อเพลง
ก็ทำเอาฉันน้ำตาแทบหล่น
มันช่างทิ่มแทงหัวใจคนฟังซะเหลือเกิน
และอาจจะหลายๆคน
ที่ต้องเดินทางหกระเห ทำงาน หาเงิน ออกมาไกลบ้าน
โดยเฉพาะมาอยู่ตัวคนเดียว
อย่างฉัน
ฉันเริ่มอยู่ด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่สมัยมหาลัย
ฉันมั่นใจในการอยู่คนเดียว
ว่าฉันจะไม่เหงา
ว่าฉัน พร้อมที่จะอยู่ตัวคนเดียว
เดินหน้าต่อไป แม้จะด้วยเพียงลำพัง
ฉันสามารถอยู่ตัวคนเดียวได้แน่
การเริ่มต้นทำงาน
ฉันก็อยู่ตัวคนเดียว
เพื่อนสนิทของฉันยังเคยถามฉันเสมอๆ
"นุ่มไม่เหงาหรอ"
ฉันก็บอกไปอย่างที่คิด
"ไม่เหงาหรอก เสาร์อาทิตย์อยู่ห้องเฉยๆก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร
ตื่น กินข้าว ดูการ์ตูน อ่านหนังสือ เรื่อยเปื่อย เดียวก็หมดวัน"
ฉันสามารถอยู่ด้วยตัวของฉันเอง
โดยไม่จำเป็นต้องออกไปพบปะสังสรรกับใครๆ
ณ เวลานั้น ฉันชินกับการอยู่คนเดียว
ไม่ต้องเป็นห่วงใคร
ไม่ต้องรอใครกินข้าว
ไม่ต้องรอใครอีกคนกลับมา
ชีวิตที่ไม่ต้องมีกังวล
มันช่างดูเรียบง่าย
วันๆผ่านไป
โดยไม่มีอะไรสะลักสำคัญ
แล้วช่วงเวลานั้นก็หายไป
เมื่อ 1 ปี ที่ผ่านมา
ฉันมีเพื่อนสนิทเป็นรูมเมท
ฉันมีคนที่ต้องรอกินข้าว
ฉันมีคนที่ต้องไปรับ ไปส่ง
ฉันมีคนที่ต้องดูแล
ฉันมีคนที่ต้องรอการกลับมา
ชีวิตที่เคยตัวคนเดียวตลอดมา ได้หายไป
แต่วันนี้ ตอนนี้ "คนเดียว" ก็กลับมาอีกครั้ง
ฉันอยู่ห้องคนเดียว
ไม่มีใครให้ไปรับไปส่ง
ไม่มีใครให้กินข้าวด้วยกัน
ไม่มีใครให้ต้องดูแล
ไม่มีใครให้รอคอย
ฉันตื่นด้วยตัวของฉัน
(แม้หลายๆครั้งจะขี้เกียจ แต่ก็บอกตัวเองว่า ถ้าลุกไปอาบน้ำแล้วยังอยากที่จะนอน จะให้หยุดทำงานเลย แต่ด้วยความเป็นจริง เพียงแค่เราดันตัวเองให้ลุกออกจากเตียงได้ครั้งแรก เดินไปอาบน้ำได้ เราก็จะไม่อาลัยอาวรกับที่นอนอีกต่อไป.. นั่นแหล่ะวิธีหลอกตัวเอง 555)
ฉันไปทำงานด้วยแรงของฉัน
ฉันกินข้าว ด้วยปาก และตามท้องของฉัน
ฉันไม่กินข้าว ก็ไม่เดือดร้อนว่าจะมีใครที่ไม่ได้กินด้วย
ฉันกลับห้อง ก็ไม่ต้องรอคอยว่าจะมีใครกลับเข้ามาด้วย
ชีวิตกลับมาเรียบง่ายอีกครั้ง
ตื่น ไปทำงาน กิน และนอน
และอยู่ด้วย การ์ตูน และหนังสือ
ฉันคิดตลอดมาว่า "ฉันมีเีพียงตัวคนเดียว"
(ไม่นับรวมครอบครัว เพราะฉันมีพวกเขาอยู่แล้ว)
ฉันสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง
ฉันไม่จำเป็นต้องมีใคร
และตอนนี้ ฉันก็ยังคิดเช่นนั้นอยู่เสมอมา
แต่
ตอนนี้มันดูยากเย็นเหลือเกิน
สำหรับวันที่ฉันรู้สึกเหนื่อยแบบนี้
ในวันที่รู้สึกเหนื่อยล้า
เราจะไม่สามารถมองเห็นซึ่งอนาคตที่วาดฝันเอาไว้
ความเหนื่อยล้า กัดกินแรงกาย แรงใจ
ฝันที่เคยวาดไว้ก็ดูเลือนราง
การ์ตูนที่เคยดูแล้วหัวเราะ ก็ดูจืดชืดซะเหลือเกิน
หนังสือที่อ่านแล้วลืมเลือนซึ่งเวลาเพราะความเพลิดเพลิน ก็ดูจะยืดยาวเกินไป
อะไรๆก็ไม่ได้ดั่งใจ
แล้วในวันแบบนี้
จะมีใครมามอบกำลังให้เรา
ก็มีแค่ตัวเราเพียงคนเดียว
ฉันไม่ได้ยอมแพ้กับการอยู่คนเดียว
ฉันแค่ต้องทำตัวให้ชิน
ให้ฉันคนเดิมกลับคืนมา
ความหมายในการมีชีวิต
ในวันๆหนึ่ง
ซึ่งการอยู่คนเดียวมันจะทำให้มองไม่ค่อยจะเห็น
แต่ฉัน
จะทำให้มันมีความหมาย
ด้วยตัวของฉันเอง
....
ตอนนี้ฉันพยายามหาอะไรๆทำ ที่ฉันชอบ
ฉันชอบถ่ายรูป
แต่ฉันไม่มีเวลาไปเที่ยวไหน
และไม่มีเพื่อนร่วมเดินทาง
ฉันไม่ได้หาเวลา
แต่ฉันมีเวลา
ให้กับการถ่ายภาพแบบง่ายๆ
ฉันแค่กลับมาห้องตอนเย็น
กินข้าว
ออกไปล้างจานที่ระเบียง
และก่อนที่จะล้างจาน
ฉันก็แค่หยิบกล้องขึ้นมา
ส่องไปด้านทิศตะวันตก
ฉันเห็นพระอาทิตย์ตก
ฉันเห็นท้องฟ้า
ท้องฟ้าสีฟ้า สีน้ำเงิน สีม่วง สีส้ม สีแดง สีเขียวก็มี
ฉันเห็นท้องฟ้าหลากหลายสี
ลวดลายที่แต่งแต้มในแต่ละวัน
ก็ไม่เคยซ้ำกัน
ฉันแค่หาความสุข
จากการถ่ายภาพท้องฟ้า
ท้องฟ้าตรงที่ระเบียง
ท้องฟ้าที่แต่งแต้มลวดลายต่างๆ
ไม่เคยซ้ำ
ให้ฉันได้ตื่นเ้ต้นอยู่ตลอดเวลา
หยิบกล้อง
ส่อง
ปรับ
กดชัตเตอร์
แค่พยายามเก็บภาพให้ได้อย่างตาเห็น
แค่นั้นก็พอ
และแล้วววว
กิเลสเลนส์ ก็เข้าครอบงำ
5555
ปล. และระหว่างที่เขียนบล็อคนี้ ฉันก็ยังฟังเพลงผูกพันหลายๆๆๆรอบ และตอนนี้เพลงก็ยังคงบรรเลงต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น