กริ๊งงง!!!
เวลาเที่ยงตรง เสียออตดังเพื่อบอกเวลาพักกลางวัน นักเรียนต่างเริ่มปิดหนังสือ เก็บปากกาดินสอ อุปกรณ์การเรียนเข้ากระเป๋า แต่ถึงอย่างนั้นอาจารย์ก็ไม่ยอมปล่อยให้ออกจากห้องอยู่ดี บางห้องอาจารย์ปล่อยให้ไปพักแล้ว เสียงฝีเท้า เสียงผู้คนเดินเต็มระเบียงทางเดิน ไม่ใส่ใจว่าห้องที่เดินผ่านไปนั้น จะยังเรียนอยู่หรือมีอาจารย์สอนอยู่หรือเปล่า เส้นทางที่เดินไป ทุกคนต่างมีจุดหมายเดียวกัน คือโรงอาหาร
เวลาผ่านไปหนึ่งนาที สองนาที.. ตอนนี้เข็มยาวเข้าใกล้เลขเจ็ด ใจฉันเต้น ตุ๊บๆ
"บุ๋มคงรออยู่ที่ตู้โทรศัพท์แล้ว" ฉันเริ่มรู้สึกกระวนกระวาย
"ไปพักได้" อาจารย์พูด พร้อมกับท้องฉันร้อง จ๊อกๆ
"นักเรียนเคารพ" หัวหน้าตะโกนเสียงดังอย่าไม่รีรอ
"ขอบคุณค่ะ" ฉันรีบขอบคุณอาจารย์ แล้วก็รีบเร่งฝีเท้าตรงดิ่งไปที่ตู้โทรศัพท์ ไม่สนใจเพื่อนร่วมห้องว่าต้องคุย หรือต้องรอใคร
"ขอโทษๆ อาจารย์ปล่อยเลทอ่ะ" ฉันร้อนตัวรีบพูดบอกบุ๋ม
"เรียนไรมาเนี่ย" บุ๋มถาม ไม่ได้แสดงอาการที่บ่งบอกว่าโกรธฉันเลย
"คณิตศาสตร์อ่ะ จารย์ไม่ยอมปล่อยสักที" ฉันตอบไป แบบว่าโล่งเลย
"จะมีที่นั่งไหมเนี่ย" ฉันพ้อขึ้นมา พร้อมกับเดินไปโรงอาหารพร้อมๆกับบุ๋ม
เราสองคนหาโต๊ะนั่งได้ อยู่นอกๆโรงอาหารหน่อย แต่ใกล้กับร้านขายน้ำ จะว่าเป็นที่ประจำของเราทั้งเช้า เที่ยง เย็น เลยก็ยังว่าได้ มีแค่โซนนี้ที่นั่งเป็นประจำ จะไปไหนมาไหนก็นัดกันที่ตรงนี้ หรือไม่ก็เป็นตู้โทรศัพท์ เราจะได้หากันเจอง่ายๆ
ฉันกับบุ๋มกินอะไรเหมือนๆกัน เที่ยงนี้เราเลือกกินขนมจีนน้ำยาไก่ แต่สั่งเน้นว่าไม่เอาเลือด เหมือนกัน และเหมือนเคย กลับมาที่นั่งเดินไปซื้อน้ำกินขวดหนึ่ง ฉันกับบุ๋มเป็นพวกกินน้ำน้อย กินน้ำขวดเดียวกินคนเดียวไม่เคยหมด เราก็เลยคิดกันว่า กินน้ำขวดเดียวกัน ผลัดกันซื้อคนละวัน น้ำหนึ่งขวด สองหลอด และต้องคนละสีด้วย ถ้าวันไหนกินเยอะก็ซื้อเพิ่มอีกขวด ฉันและบุ๋มไม่เคยเอาเปรียบกัน เรื่องเงินๆทองๆก็ด้วย ค้าง 5 บาท ก็คือค้าง 5 บาท เราจะเกรงใจกันเสมอๆ เราเคารพกันทั้งสองฝ่าย เราจึงไม่เคยทะเลาะกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ความพอดีเลยกลายเป็นจุดเชื่อมระหว่างฉันกับบุ๋ม
"เอาจานไปเก็บเหอะ" ฉันชวนบุ๋มเอาจานอาหารไปเก็บ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น