HOME

HOME

27 เม.ย. 2557

case study #2 ตอน ตูดฉันน่าจูบ


วันเสาร์ ที่ ๒๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๗

๐๖.๕๐ น.  นาฬิกา(โทรศัพท์)ส่งเสียงเตือนปลุก ฉันงัวเงียลืมตาตื่นขึ้นมาปิดเสียงด้วยความรำคาญ พลิกตัวหงายขึ้น หรี่ตาด้วยความที่ยังไม่ชินกับแสงสว่างยามเช้า ใช้มือขวาแคะขี้ตาทั้งซ้ายและขวาที่คาอยู่เต็มเบ้า ผ่านไปเกือบ ๒ นาที ก็ถอนหายใจยาวๆก่อนจะดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง

๐๗.๑๐ น.  ฉันเดินออกจากห้องน้ำหลังจากที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จสิ้น ซึ่งจริงๆก็มีแค่แปลงฟัน ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า บีบสบู่เหลวเพื่ออาบน้ำ และอาจจะมีปุ๊ๆบ้างเป็นบางวัน ที่หน้ากระจก ที่ฉันทำก็มีแค่หวีผม ทาครีม ลงแป้งที่คอและใบหน้า ทาลิปฯมัน แต่งตัวใส่เสื้อผ้า (วันนี้วันเสาร์ใส่ชุดตามสบาย ฉันจึงหยิบเสื้อยืด "NOOM" ที่มีตัวเดียวในโลกเพราะทำเอง ด้วยรู้สึกว่าวันนี้ต้องมีอะไรดีๆเกิดขึ้น)  แล้วก็กลับมาหวีผมอีกครั้ง เป็นอันเสร็จขั้นตอนในการแต่งองค์ทรงเครื่อง ซึ่งกระบวณการทั้งหมด ยังห่างไกลกับคำว่า "ผู้หญิง" อยู่มาก

๐๗.๒๐ น.  ฉันเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบนมหนึ่งกล่องพร้อมด้วยอาหารเช้า(ซีเรียล)ไมโล กลับมานั่งที่เก้าอี้ แล้วก็นั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย.. ก็หาไม่

๐๗.๓๓ น.  ฉันหยิบกระเป๋า กุญแจห้อง กุญแจรถ สวมรองเท้า และเปิดประตูห้องออกไปสู่โลกกว้าง

๐๗.๓๖ น.  ฉันออกเดินทางมุ่งหน้าไปทำงานที่บางปะกง (ระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร)

.......แค่อยากมีใครมาเดินด้วยกัน อยากให้เธอกอดฉันเวลาหวั่นไหว อยากให้เขาดูแลปลอบใจ เมื่อยามเราเหงา....................... 

... ..... บอกได้แค่รัก.. มากมาย รักเธอ มากมาย ไม่มีหน่วยวัดได้หรอกความรักนี้ ที่อยู่ในใจ มันมากมาย ล้นอกซ้ายที่ฉันมี รักเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่จะรักทุกนาที... ที่ยังหายใจ.......

๐๗.๕๐ น. ฉันชะลอรถเพื่อเตรียมกลับรถเข้าสู่ถนนเส้นที่จะมุ่งหน้าเข้าบริษัท ฉันจอดอยู่เป็นคันแรก ในตำแหน่งซ้ายสุด มีอีกสองคันอยู่ด้านขวาบังวิสัยทัศน์ในการมองรถที่สัญจรวิ่งไปมา ทำให้การตัดสินใจที่จะเหยียบคันเร่งเพื่อออกตัวกลับรถมีน้อยลง ผ่านไปไม่กี่วินาที รถคันกลางออกตัว(ซึ่งคันขวาสุดยังนิ่ง) ฉันเห็นดังนั้นจึงขยับตาม แต่เพราะเมื่อรถคันนั้นออกพ้นไป และฉันมองเห็นรถที่สัญจร ในใจ "มันออกไปได้ไงรถเยอะมาก" จึงเบรค ชะลอรถจอดรออีกครั้ง

ปุ๊บ!!!!!!!!!!!
เสียงดังมาจากข้างหลังรถ ฉันจึงมองไปที่กระจกหลังเห็นรถกระบะโตโยต้าวีโก้สีดำอยู่ด้านหลัง ฉันรีบจอดรถเข้าเกียร์จอด ในใจ "เอาแล้วไง โดนชนแล้วไง ตูดรถกู" ฉันเดินลงจากรถเพื่อจะมาดูความเสียหายด้วยหน้าซีดๆ คนขับรถกระบะลดกระจกลงและโบกไม้โบกมือให้ขยับรถไปจอดที่ไหล่ทาง

ที่ข้างถนน
ฉันลงจากรถ และคู่กรณีก็ลงจากรถ ต่างคนต่างมุ่งตรงไปดูยังจุดที่เสียหายของแต่ละคัน ที่ท้ายรถฉัน ฉันพบรอยครูดสีนิดหน่อย คล้ายๆโดนสะเก็ดก้อนหินกระเด็นใส่สักสองสามเม็ดก็ไม่ต่าง ในใจ "โอ่วไม่เป็นอะไร ดีจริงๆ" แล้วจึงเดินเข้าไปถามยังคู่กรณีว่าเสียหายตรงไหนบ้าง
"รถพี่เป็นไงบ้างค่ะ"
คู่กรณีที่ลงมาเป็นชายผิวคล้ำร่างผอมบางหนวดเครารุงรังนิดหน่อยวัยประมาณสามสิบปลายๆ
"ไม่เป็นไรมาก เราจะเอาเท่าไหร่?"
ห๋าาาา เอ่อ ฉันเอ๋อไปด้วยคำตอบพร้อมคำถาม และตอบไม่ถูก จึงเดินไปที่รถตัวเองอีกครั้งเพื่อดูว่าเสียหายแค่ลอยที่ครูดจริงรึป่าว
"เดี๋ยวดูดีๆก่อนแล้วกันค่ะว่ามีแค่ตรงลอยครูดนี้รึป่าว ถ้ามีแค่นี้ก็ไม่เป็นไรค่ะ ต่างคนต่างไป"  ฉันบอกขณะพิจารณาท้ายรถของตัวเอง
"ไงเอาเบอร์พี่ไว้ ถ้ามีอะไรมากก็โทรหาพี่แล้วกัน"
ณ ตอนนั้นฉันเห็นแค่นั้นจริงๆลอยครูดเพียงไม่กี่จุด ซึ่งถ้ามองเผินๆก็แทบไม่มีอะไรแปลกไปสักนิด รอยยุบหรืออะไรก็ไม่มี ระหว่างที่แลกเบอร์ก็มีพี่ที่ทำงานแวะมาดู(ขับรถผ่านเส้นนั้นเพื่อเข้าไปทำงาน)
"รถชนหรอ เป็นอะไรรึป่าว?" พี่ที่ทำงานถามด้วยความเป็นห่วง
"ค่ะ ไม่เป็นอะไรมากแค่มีรอยขูดนิดหน่อย" แล้วพี่ที่ทำงานก็มองไปยังรอยที่เกิด และพิจารณามองในส่วนต่างๆ
"เป็นตรงนี้ด้วยนะ กันชนท้าย กิ๊ฟหลุด เคลมยากด้วย"
ห๋าาาา ตรงไหนอ่ะ ฉันไม่หยักจะมองเห็น
"อ่าว จริงๆด้วย นุ่มไม่เห็นนะเนี่ย" ฉันมองไปที่ท้ายรถด้านซ้าย บริเวณลอยต่อระหว่างตัวรถและกันชนท้ายใต้ไฟหลัง ใช่จริงๆด้วย กันชนท้ายถูกดัน ทำให้เกยออกมา ฉันหันหน้าไปหาคู่กรณี
"สงสัยต้องโทรเรียกประกันแล้วค่ะ"

๐๗.๕๕ น.  ฉันรีบค้นเอกสารในรถและโทรหาประกัน ใช้เวลารอสัญญาณไม่เกิน ๕ วินาทีก็มีคนรับโทรศัพท์(เป็นเสียตอบรับอัตโนมัติก่อนนะ)
"เอ่อ แจ้งเหตุรถชนค่ะ"
"ขอทราบทะเบียนรถค่ะ"
"๑กผ XXX กรุงเทพฯค่ะ"
"เจ้าของรถเป็นคุณวรรณิภานะคะ ไม่ทราบว่าขับเองรึป่าวค่ะ"
"ใช่ค่ะ"
"ค่ะ กำลังเรียนสายกับคุณวรรณิภาอยู่นะคะ ไม่ทราบว่าเหตุเกิดกี่โมง และที่ไหนค่ะ"
"เอ่อออ ประมาณเมื่อ ๕ นาทีที่แล้ว แถวๆถนนบางนา-ตราด ค่ะ ประมาณ กม.ที่ ๕๒"
"ขอทราบเบอร์ติดต่อค่ะ"
"๐๘๗XXXXXXX"
"ค่ะ จะส่งพนักงานเข้าไปนะคะ รบกวนคุณวรรณิภาพกโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัวนะคะ"
"ค่ะ"
....

๐๘.๐๙ น.  มีข้อความถูกส่งเข้ามาในโทรศัพท์ แจ้งว่า ได้ส่งบริษัทXXX ให้ไปบริการท่านแล้ว

๐๘.๑๙ น.  มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา และนั่นก็คือเบอร์ประกัน
"ครับจากบริษัทประกันครับ ไม่ทราบว่าเกิดเหตุที่ไหนครับ"
ก็สอบถามจุดเกิดเหตุเพิ่มเติม เพื่อจะได้ส่งคนมาถูกจุด
ระหว่างนี้ ฉันก็นั่งรออยู่ในรถ (เปิดไฟฉุกเฉินเอาไว้ด้วย) ในใจก็นึก คราวนี้แหล่ะจะได้รู้ว่าประกันมันจะบริการดี เร็ว แค่ไหน อีกใจก็เผื่อเอาไว้แล้วว่า "คงนานนนน"
ระหว่างรอก็ชะเง้อคอ ส่องส่ายมองหาว่าจะมีรถ(มอเตอร์ไซด์)ของประกันผ่านมาบ้างไหม ไม่ของเราก็ของคู่กรณีใครจะมาก่อน

๐๘.๔๒ น.  และแล้วก็มีรถมาสด้า๒ สีดำ ชะลอรถเข้ามาจอด สักพักก็มีคนออกมา พร้อมถือเอกสารและกล้องถ่ายรูปไว้ในมือ ในใจ "เดี๋ยวนี้ประกันเขาขับรถยนต์กันแล้วหรอหว่ะ ปกติเห็นแต่ขี่มอเตอร์ไซด์ ดีแท่ะ แล้วนะ พี่ทอมแกแต่งตัวเนี๊ยบมาก เห็นแล้วนึกถึงพี่ทอมที่บ้าน เหมือนกันยังไงยังงั้น"
"สวัสดีค่ะ คุณวรรณิภาใช่ไหมค่ะ รถคู่กรณีคันนี้ใช่ไหมค่ะ .... @%#)(&&%$#$^^@$^...
ถูกถามด้วยคำถาม
"จุดเกิดเหตุ? ลักษณะการชน? ถ่ายรูปและดูความเสียหาย ขอใบขับขี่ เข้าไปในรถเพื่อลอกหมายเลขตัวถัง(ตอนแรกไม่รู้เลยถามด้วยความอยากรู้) ออกมาเขียนประวัติ ในใบประวัติยังให้เราเขียนอีก ประมาณว่า ข้าพเจ้าเดินทางจากไหนมาไหน เพื่ออะไร ระหว่างที่เบรคชะลอรถเพื่อกลับรถ ก็มีคู่กรณีเข้ามาชนที่ท้าย ........."
แล้วก็รอประกันของอีกฝ่าย
(ทราบทีหลังว่าพี่ประกันเขาวิ่งรถมาจากแปดริ้ว(ด้วยความอยากรู้ว่าทำไมถึงนาน วิ่งมาจากที่ไหน จะได้พิจารณาถูกว่ามันน่าต่อไหม) เพราะจุดเกิดเหตุอยู่ในเขตของตัวจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งจริงๆคือ ถ้าศูนย์รับแจ้งเหตุติดต่อไปยังจังหวัดชลบรี ก็จะใกล้และเร็วมากกว่านี้ หึหึ)

เวลาผ่านไปแล้วผ่านไปเล่า
ประกันของอีกฝ่ายก็ยังไม่มา
พี่คู่กรณีก็เดินมาคุยด้วย โน่น นี่ นั่น สุดท้ายก็เข้าไปนั่งรอที่ร้านอาหารแถวๆนั้น คุยถึงอาชีพ ที่มาที่ไป ถูกคอไหมไม่รู้ แต่ก็คุยกันเรื่อยเปื่อย ส่วนพี่ประกันน่ะหรอ คงนั่งแชทเฟส ไม่ก็ไลน์อยู่ในรถมาสด้า๒โน่น

๐๙.๕๓ น.  ประกันของอีกฝ่ายเพิ่งจะมาถึง (รู้ในภายหลังว่าบึ่งตรงมาจากศรีราชา ไกลมากกก)
ไม่ได้คุยอะไร ยื่นแค่ใบขับขี่ให้ รับคืนพร้อมใบเคลม แล้วพี่ประกันก็จัดการให้ทุกอย่าง บอกไปได้
ฉันก็บึ่งตรงเข้าไปทำงานสิจ๊ะ ซึ่งอีกแค่ ๒๐๐ เมตรด้วยระยะการกระจัด ก็จะถึงที่ทำงานล่ะ

ที่ทำงานอยู่แค่เอื้อม.... มือไปสแกนนิ้วมือเข้างาน
แต่ก็ไปไม่ถึง สุดท้ายก็กินลาพักร้อนไป ๒ ชั่วโมง T^T



-หน้ากลม-
กับวันได้ประสบการณ์ ถูกจูบเบาๆที่ตูด ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่ป่วย
แต่....... เสียเวลา ฉิบ!!!

ปล.ตั้งแต่มาทำงานที่นี่ คิดแหล่ะว่าวันนี้ เหตุการณ์นี้ ต้องเกิดขึ้นสักวัน ที่ตรงจุดนี้ด้วย เพราะมันเป็นจุดที่เสี่ยงมากๆ และๆๆๆเขาก็ชนกันบ่อย ครั้งหนึ่งชนกันต่อหน้าต่อตาเลย ... แค่วันนั้นเราไม่ซวย แต่วันนี้ซวย เพราะเสื้อ "NOOM" ตัวเดียวในโลกป่ะเนี่ย?????




"ต่อให้ขับรถดี ใจเย็นแค่ไหน... เมื่อถึงคราวซวย  ไม่ไปชนเขา เขาก็มาชนเรา"

"ก็ระวังๆให้มากที่สุด ได้เท่านี้ละนะ"





บริเวณชนเห็นแค่รอยติ๊ดเดียว


จุดหนักมันอยู่ที่ตรงนี้ เบินเลย ไม่สังเกตุดีๆไม่เห็นจริงๆนะเออ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น