ห้องยังคงมืดสลัวๆ ถึงตอนนี้จะเที่ยงแล้ว แต่แสงก็ไม่สามารถผ่านบานเกล็ดสองชั้นเข้ามา ห้องก็เลยยังคงมืดครึ้ม ไม่ต่างจากเวลาที่ฝนตก ต่างแค่ไม่มีเสียงฝน ได้ยินเสียงนกกระจอก เจี๊ยบ เจี๊ยบ อยู่ข้างนอก มีเสียงรถยนต์วิ่งหวืดๆ อยู่บนทางด่วน บางจังหวะที่เป็นรถใหญ่วิ่ง ห้องที่อยู่จะรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนเล็กน้อย แรกๆหลอนว่าผีหลอก หรืออะไร แต่คิดให้ดี ก็เกิดจากการสั่นสะเทือน การส่งถ่ายพลังงาน จากพื้นถนนทางด่วน มาถึงผนังตึก พื้นห้อง มากกว่า
เวลานี้ท้องยังคงว่างเปล่า ไม่ใช่ว่าไม่หิว แต่ไม่รู้จะกินอะไรดี เบื่อไปหมด จะลงไปซื้อข้าวข้างล่างก็ไม่อยากจะไป ตามสภาพ ท้องเลยยังคงร้อง จ๊อกๆ ต่อไป ร้องบอกให้เจ้าของสนใจ แต่ก็ไร้ผล ในเมื่อตอนนี้ความหน่ายเอาชนะซึ่งทุกสิ่ง
ห้าโมงเย็นเมื่อวาน หน้าคอมฯที่ออฟฟิต
รู้สึกเหนื่อยมาก จากการทำงานมาทั้งอาทิตย์ เวลานี้จึงกลายเป็นเวลาพักผ่อน วางซึ่งงานทุกอย่างไปแล้ว ทั้งๆที่กว่าจะเลิกงานจริงๆก็ห้าครึ่ง นั่งพักแล้วก็เปิดเนต คุยกับเพื่อนไปเรื่อยเพื่อรอเวลา มีนัดกับป้อที่เซ็นทรัล และก็ต้องไปซื้อของกับจ๊ะโอ๋ที่โลตัส
จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะโกรธเพราะเหตุผลว่ามีใครไปด้วยเลยจริงๆ
"โกรธหรอ"
"อืมมซื้อของวันหลังม่ะ"
..
"แล้วแต่ ยังไงก็ได้"
"งั้นเด๋วเค้าขับรถกลับสัตหีบเลย"
"อ่าวก็หากินข้าวก่อนสิ แล่วค่อยไป"
..
ออฟไลน์..............
ไม่ได้ตั้งใจจะโกรธ ไม่ได้คิดจะทำตัวงี่เง่า เพราะอะไรไม่รู้ แต่มันเป็นไปแล้ว
ปฏิเสธไม่ได้ว่าฉุนหน่อยๆที่จะมีใครไปด้วย ทั้งๆที่เราไปซื้อของเข้าห้อง ตอนนั้นไม่ได้จะโกรธอะไร แต่ในเมื่อถ้าจ๊ะโอ๋ก็มีเพื่อนกินข้าวแล้ว งั้นเค้าก็ไม่จำเป็นต้องทิ้งป้อไว้ให้รอนานมากกว่านี้ เลยตัดสินใจแยกทางกันไปดีกว่า แล้วจ๊ะโอ๋ก็ฉุนกลับกลายเป็นว่าออฟไลน์หายไปเลย
"กุญแจอยู่กับเค้า เด๋วจะเอาไปให้"
แต่จ๊ะโอ๋ก็ไม่ได้มาคนเดียวอย่างที่คิด นั่งอยู่ข้างคนขับ ส่งกุญแจให้ ไม่มีอะไรจะพูด ในเมื่อทั้งคู่ต่างก็ฉุนอยู่ รับกุญแจแล้วก็เดินขึ้นห้องไปเลย
พักใหญ่ๆ ให้ป้อรอนานอยู่เหมือนกัน ก็ออกจากห้องไปเซ็นทรัล นั่งวิน สองแถวต่อ แล่วก็เดิน
ระหว่างทางเดิน รู้สึกตัวเองหมดแรงจริงๆ ก้าวขาแทบไม่ออก เดินลากเท้าไป พาตัวไปให้ถึง นั่งกินฮาจิบังก็คีบตะเกียบไม่ค่อยจะได้ มือไม่มีแรงจับ กินไม่อร่อย กินไม่ลง เหนื่อย ไม่มีแรง ล้าทั้งกายและใจ แต่ก็ยังไม่อยากกลับห้องไปอยู่คนเดียว นึกขึ้นได้ว่ามีบัตรโยนโบว์ฟรีในกระเป๋า ก็เลยไปโยนโบว์คลายเครียดดีกว่า ถึงไม่มีแรง ก็ยังอยากจะโยน โยนไป 2 เกมส์ ปรับอารมณ์ได้ ก็ถึงเวลาแยกย้ายกันกลับที่พัก
ถึงห้องสามทุ่ม
สำนึกว่าตัวเองทำตัวงี่เง่าอีกแล้ว ทั้งๆที่ก็หายไปนานแล้ว แต่ก็กลับมาอีกจนได้ รู้ว่าตัวเองผิด ทำตัวงี่เง่า ทั้งๆที่ไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกแบบนั้นสักหน่อย เลยส่งข้อความไปขอโทษ แต่ก็ไม่มีอะไรๆตอบกลับมา
ทุกอย่างยังคงเงียบ เป็นปกติ
นั่งฟังวิทยุไปพลาง มองนาฬิกาไปพลาง เล่นเนตไปพลาง ฆ่าเวลาให้ตายคามือ แต่ก็ได้แค่นี้ ห้องยังคงมืดสลัวๆ อากาศร้อนหน่อยๆ แต่ก็ไม่อยากเปิดพัดลม เพราะใช้งานมาทั้งคืนแล้ว อยากให้พัดลมได้พักผ่อนบ้าง เช่นเดียวกับใจที่เป็นอยู่ตอนนี้
นึกถึงประโยคๆหนึ่ง ที่คนรอบข้างมักพูดกรอกหูอยู่เสมอ
"แล้วเธอเป็นใคร"
who am I??
For you i am friend, not lover.. used to be honey, not now.
In the past.. present.. to future ... i am your friend, dischange.
I know, but can not. and i try to be.
ก็รู้ว่าไม่มีสิทธิ์อะไร แต่ก็อดไม่ได้อ่ะนะ
ณ ตอนนี้ก็ยังอยากจะบอกว่า
"ขอโทษ" สำหรับทุกอย่าง ทุกความรู้สึก
![]() |
| ยังเหมือนเดิม.. เรื่อยๆไปจนแก่ |

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น