แต่สำหรับคนธรรมดาทั่วไปอย่างเราๆ คงนึกถึงได้แค่ความเอื่อย เฉื่อย แฉะ อืด อาด ยืด ยาด ..โย้ว เย้ว (อันนี้ไม่เกี่ยวล่ะ) อันนี้แบบนามธรรม ถ้าเป็นรูปธรรมก็คงจะเป็นไม่เจ้าเต่าที่คลานอืดอาด หรือแทบไม่ขยับ กับหนอนตัวเล็กๆที่กระดึบแล้วกระดึบอีก ก็ไปได้ไม่ไกล แต่หากวันไหนที่หนอนมัน กระดึบๆๆๆๆแบบถี่ๆ ก็ไปไกลได้อยู่เหมือนกันนะ
เฉื่อยไม่ใช่ขี้ ที่ชอบเกียจและคร้าน และไม่ใช่ตัวอะไรที่มีขน หรือมีกระดองเป็น ต.เต่าหลังตุม เฉื่อยไม่สามารถบอกรูปร่างหน้าตาได้ เพราะเฉื่อยมีหน้าตาได้ทุกแบบ อาจจะบังเอิญไปเหมือนยายที่อยู่ที่บ้านก็ไม่แน่ เฉื่อยอาจไม่ได้วัดกันที่รูปร่างหน้าตา จะหล่อสวย ขี้ริ้วขี้เหร่ มีขนไม่มีขน มีเกล็ดไม่มีเกล็ด ก็เฉื่อยได้ด้วยกันทั้งนั้น แค่ว่า ท่าทางมันใช่ มันก็เฉื่อยเหมือนๆกัน
ความเชื่องช้านั่นแหล่ะเฉื่อย อย่าถามกลับนะว่าเชื่องช้าเป็นยังไง เอาเป็นว่าถ้าคุณอ่านหนังสือออก ก็เชื่อได้ว่าคุณคงเข้าใจคำสองคำนี้แล้วอย่างถ่องแท้
ความประณีต เชื่องช้า เฉื่อย เอื่อย อืดอาด จริงๆความหมายไม่ได้ต่างกันเลย เพียงแค่ว่าจะใช้คำไหนเท่านั้น คำที่ดูดีอย่างประณีต คำที่ทรมานใจคนฟังอย่างอืดอาดยืดยาด มันก็เฉื่อยเหมือนกันแหล่ะน่า
ค่อยๆเดิน ไปอย่างช้าๆ เพราะไม่รีบ ก็ถูกกล่าวหาว่าอืดอาดยืดยาด
ทำงานอย่างประณีต ทำให้เสร็จช้ากว่าคนอื่น ก็ถูกกล่าวหาว่าเฉื่อย
นั่นแหล่ะคือสิ่งที่ข้าพเจ้าเจอมา
ถ้าจะมอบฉายาว่า "เฉื่อย" ให้ข้าพเจ้าก็จะไม่ว่าอะไร
ขอน้อมรับ เพราะไม่รู้ว่าจะรีบร้อนไปไหน
ถ้าขับรถช้าก็จะหาว่าเฉื่อยเป็นเต่าคลานอีกรึป่าว?
ปีใหม่ที่ผ่านมาข้าพเจ้ากำลังหัดตัวเองให้ทำตัวเป็นคนเฉื่อย เฉื่อยอืดอาดในการขับรถยนต์ บอกว่าหัดคงจะไม่ถูกสักเท่าไหร่ เรียกว่าบังคับตัวเองใกล้เคียงมากกว่า ปกติข้าพเจ้าก็ไม่ใช่คนขับรถเร็วมาก ไม่เร็วมากในระดับตีนผี แต่ก็ไม่ช้าในระดับคุณทวดขับ แต่ถ้าเทียบในระดับของคนปกติทั่วไปก็ค่อนข้างจะเร็วในระดับเริ่มต้น เริ่มต้นที่ 90-110km/hr ในระยะขับขี่ไม่เกิน 20km และในระยะทางไกลไปกว่านี้ ก็จะอยู่ประมาณ 110-140km/hr และโดยเฉพาะเส้นทางที่ว่าง ไร้รถ และไร้ซึ่งตำรวจตรวจจับ ความเร็วก็จะเร็วอยู่ปลายๆมากหน่อย เร็วที่ไหน ก็แค่นับคันที่แซงหน้าเราได้ง่ายกว่าคันที่เราแซงมาเท่านั้นเอง
ผลของการบังคับตัวเองมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น และให้ได้คิด
ที่รับไม่ได้คือเจอรถจ่อตูด หมายถึงตูดรถนะ ก็อยากให้พี่เขาดูเลนข้างๆบ้าง ว่ารถสิบล้อมันอยู่ข้างๆ รอก่อนได้ไหม เดี๋ยวหลบให้ อีกแค่ไม่กี่วินาที อย่าเอาไฟมาส่องตา เพราะไม่งั้นเมื่อคุณพี่ขับแซงไปได้แล้ว อาจจะมีรถคันที่คุณพี่แซงเมื่อกี่นี้ขับจ่อตูดและส่องไฟสูงใส่ตาคุณพี่ (อันนี้นิสัยเสียล่ะ)
แต่สิ่งที่ดีกว่าจากการทำตัวเฉื่อยในการขับขี่มันมีอะไรมากกว่านั้นมาก การได้มองสิ่งรอบข้างบ้าง ก็มอบความสงบให้อยู่พอตัว ต้นไม้ บ้านเรือน ที่ค่อนๆเคลื่อนไปข้างหลัง นกที่บินผ่านหน้ารถไป ผู้คน ความเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบข้าง มันมีอะไรให้ชื่นชมอยู่มาก (ไม่ได้ชมจนลืมว่าขับรถอยู่เป็นพอ) การต้องเดินทางไกล เพียงลำพัง(ไม่นับตุ๊กตาหมาเต็มรถ) นอกจากเสียงเพลงที่จะช่วยกำจัดความเงียบ ก็มีสิ่งรอบข้างนี่แหล่ะที่จะช่วยขจัดความเหงา
ถ้าต้องใช้เวลาอยู่บนรถนานกว่า 8 ชั่วโมงครึ่ง
ก็ขอใช้เวลานี้ที่เคยเบื่อหน่าย มาทำให้เป็นเวลาเรียนรู้โลกกว้างดีกว่า
ถ้าไม่รีบไปไหน ก็อยากให้ลองมา "เฉื่อย" กันดูนะ
ช้าๆได้พร้าเล่มงาม
| ช้าาาา "เฉื่อย" อย่างงดงาม :P |
- หน้ากลม -
กับวันเฉื่อยๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น