HOME

HOME

20 ม.ค. 2557

ชายขอบ กกน.


ชายขอบมันเริ่มต้นจากเครื่องแบบการแต่งกายในการทำงาน..

บริษัทที่ข้าพเจ้าอยู่มีฟอร์มการแต่งการที่ค่อนข้างจะง่ายๆ เรียบๆแบบโปโลๆ โปโลนี่ไม่ได้หมายถึง "POLO" ที่เป็นยี่ห้อเสื้อผ้าราคาแพง แต่เป็นโปโลที่เป็นเสื้อคอปก แขนสั้น สีน้ำเงินเข้ม ปักโลโก้บริษัทที่หน้ากระเป๋าอกข้างซ้าย ตรงหัวใจพอดิบพอดี หรือเขามีนัยบอกให้พนักงานรักบริษัทก็อาจจะเป็นได้

ส่วนบนมีเสื้อฟอร์มเป็นเสื้อแขนสั้นคอปกสวมใส่ ส่วนล่างจึงไม่พ้นกางเกงขายาวสีเข้ม ดำ กรม น้ำเงินเข้ม หรืออาจจะเป็นแดงเข้มก็คงจะไม่ผิด เพราะแดงเข้มก็เข้มเหมือนกัน สุภาพไหม? แล้วมันไม่สุภาพตรงไหน ก็กางเกงยังเป็นกางเกงขายาวๆ แต่.. ถ้าคุณกล้า ก็ใส่มา ถ้าฝ่ายบุคคลเรียกหา ก็ฝากถามเขาด้วยว่า "ผมผิดกฎตรงไหน?" ถัดลงมาจากกางเกงก็ส่วนของรองเท้า รองเท้าที่ใส่ควรเป็นรองเท้าหุ้มส้น ผ้าใบหรือหนัง หรือแฟชั่น ก็ว่าไป แต่ของข้าพเจ้าเองนี่เพื่อความปลอดภัยจัดเลยรองเท้าเซฟตี้เสริมหัวเหล็ก หนักข้างละ 0.5 kg รวมสองข้างก็ 1 kg ในการเดินทำงานจึงกลายเป็นการออกกำลังกายของข้าพเจ้าไปได้ในตัว เพราะต้องลากรองเท้าหนักตั้งหนึ่งกิโลกรัมเดินไปเดินมาให้ขากระชับ หรือว่ามันจะบวมเป็นกล้ามนี่ก็ไม่แน่ หากการทำงาน 8 ชม. ข้าพเจ้าเดินไปเดินมา เดินมาเดินไปสัก 3 ชม.ก็พอ พอดีให้ดูดีมีกล้ามเป็นมัดๆ

ชุดฟอร์มของข้าพเจ้าจบอยู่แค่นี้ มีแค่นี้จริงๆ ทำงานอยู่ 6 วัน ก็ใส่มันอยู่แบบนี้

มาถึงการทำงาน ช่วงนี้งานที่โรงงานค่อนข้างจะยุ่ง ต้องทำโน่นทำนี่นั่นอยู่เยอะเหมือนกัน ไม่ว่าแผนกไหนๆ เพราะงานจะเป็นกระบวนการต่อๆกันมา คนน้อย ไม่พอกับงานที่จัดว่าเยอะ ข้าพเจ้าจึงต้องร่วมด้วยช่วยกัน ลงมือช่วยเขาทำบ้าง ตอนแรกก็แค่ทำนิดๆ เสนอตัวหน่อยๆ ตอนนี้เลยกลายมาเป็นงานประจำ ประจำจนกว่าชิ้นงานที่ลูกค้าสั่งจะครบ ตอนนี้ก็ผ่านมาได้ครึ่งทาง อีกแค่อาทิตย์หน้าส่วนที่ข้าพเจ้าทำอยู่นี้ก็จะหมดไป

ข้าพเจ้าทำอะไร?
ข้าพเจ้าเป็นหัวหน้าแผนกผลิตวัตถุดิบยางสำหรับการผลิตสินค้าทั้งหมด ข้าพเจ้าเป็นหัวหน้า แต่ไม่มีคนเตรียมงาน เตรียมยางสำหรับจะให้ขึ้นรูปส่งให้แผนกต่อไป ข้าพเจ้าก็เลยเสนอตัวช่วยเตรียมในส่วนนี้
วันหนึ่ง เผอิญว่าใส่กางเกงหลวมไปหน่อย และไม่ได้รัดเข็มขัดมา มันจึงค่อนข้างที่จะยากในการนั่งยองๆแล้วจะไม่ทำให้เห็นกางเกงชั้นในโผล่ชายขอบออกมาให้โลกได้เห็น ข้าพเจ้านั่งๆลุกๆ ก้มๆเงยๆ เอาเสื้อซับในก็แล้ว ก็ยังต้องระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา หากโรงงานมีแต่ผู้หญิงข้าพเจ้าคงจะไม่อะไร แต่นี่ไม่ใช่ คนที่เตือนข้าพเจ้าคนแรกให้ระวังเรื่องกางเกงนั้นก็คือผู้ชาย
"อย่าหาว่าพี่ทะลึ่งนะ นั่งระวังๆข้างหลังหน่อย"
ข้าพเจ้าไม่เห็นเป็นความทะลึ่งแต่อย่างไร ตอบกลับไปว่า
"ขอบคุณค่ะ" แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่ออย่างระวังมากกว่าเดิม
พอลูกน้องเดินมาก็ถามว่า "เนี่ยทำไมไม่บอกว่าโชว์กกน.ในโรงงาน"
ลูกน้องตอบกลับมาว่า "ก็กลัวจะหาว่าทะลึ่ง"
นั่นไง มีคนคิดแบบนี้อยู่จริงๆ

หากจะว่าเขาไม่บอกก็ไม่ถูก ไปว่าคนที่บอกก็ยิ่งผิด แต่คนเรานี้ไม่เหมือนกัน ผู้หญิงเราคิดไม่เหมือนกัน บางคนก็เหมือนกับข้าพเจ้า ที่น้อมรับการแจ้งเตือนด้วยความยินดี หากแต่ก็ยังมีอีกหลายๆคน ซึ่งอาจจะมากกว่ากลุ่มคนที่คิดเหมือนข้าพเจ้า ที่คิดว่าคำเตือนนี้คือความทะลึ่ง ประมาณว่าถ้าไม่มองก็ไม่เห็น ไม่พูดออกมา ยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเข้าไปอีก จึงไม่แปลกที่ผู้ชายที่เห็นเลือกที่จะไม่เตือน เพียงแค่หลบสายตาทำเป็นไม่เห็นไป (หรืออาจจะนั่งจ้องอ่านกินมันอยู่อย่างนั้น)

เมื่อพูดถึงความจริง สิ่งที่เห็นก็คือเห็น ที่รู้สึกก็คือรู้สึก
เห็นไปแล้วจะแกล้งมองไม่เห็นก็ได้ หลอกใครๆได้ แต่หลอกตัวเองไม่พ้น จะไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ ถ้าเห็นชายขอบ กกน. ของผู้หญิงแล้วไม่เตือนเขา..

อยากบอกจริงๆว่าเตือนเหอะ อย่าน้อยๆชายขอบ กกน. จะได้ไม่เพ่นพ่านออกสู่สายตาโลก แค่สายตาเราก็พอ ยอมให้เขาโกรธสักนิด ถ้าเขาอยากจะโกรธ ยอมทะลึ่งก็ได้เพื่อสันติสุขของโลก


วันนี้เห็นชายขอบ กกน.
วันไหนเห็นร่องตูด ค่อยเอาเงินเหรียญไปหยอด


-หน้ากลม-
กับวันชายขอบๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น