"ใจ๋"
"ใจ๋.. ใจ๋..."
(พร้อมกับเอามือแนบไว้ที่หน้าอกข้างซ้าย)
เป็นคำพูดของเด็กหัดพูด ที่พยายามจะสื่อว่าตัวเขาเองตกใจอยู่นะ
การเอามือแอบหน้าอกข้างซ้าย ที่ซึ่งหัวใจอยู่ ก็เป็นการปลอบประโลมตัวเองไปในตัว
เหมือนๆกับที่เวลาแม่ ลูบหน้าอก ปลอบลูกให้รู้สึกปลอดภัย
เมื่อวานนี้
เมื่อวานนี้ฉันโดนพี่ๆแกล้งให้ตกใจหลายครั้ง
แต่ทุกครั้ง ฉันก็ไม่หยักจะตกใจไปกับเขา
บอกว่าความรู้สึกช้างั้นหรอ
ไม่หรอก ฉันรู้ทุกขณะว่าฉันทำอะไร ใครรอบข้างทำอะไร(ถ้าสนใจ)
ฉันไม่ใช่คนตกใจอะไรง่ายๆ
เวลาตกใจที ก็มีแค่สะดุ้งโหยง
ไม่เคยสักครั้งที่ร้องกรี๊ดเสียงหลงขึ้นมา
นั่นเพราะฉันกรี๊ดไม่เป็น
(ทำให้นึกถึงเมื่อสมัยเรียนที่ต้องขึ้นสแตนเชียร์
มีเพลงเชียร์เพลงหนึ่งที่ร้องแล้วต้องกรี๊ด เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเพลง
"เร็วเข้าสิ วิ่งเร็วเข้าสิ .. กรี๊ดด!!!! เร็วเข้าสิ วิ่งเร็วเข้าสิ.. กรี๊ดด!!! เร็ว เร็ว เข้าสิ ...."
ฉันเป็นส่วนหนึ่งของกองเชียร์ แต่ฉันทำได้แค่ "อ๊าากกก" เพราะกรี๊ดไม่เป็น
เล่นของเล่นที่ดรีมเวิร์ล ก็ได้แค่ "อ๊าากกก")
เออ ฉันนี่ก็แปลก
พี่ๆถามว่า "นุ่มกลัวผีไหม?" หลังจากที่แกล้งฉันให้ตกใจ แต่ไม่สำเร็จ
คำตอบ "กลัว"
"อ่าวววว"
ใช่ฉันกลัวผี
ฉันกลัวความมืด
ฉันกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น
แต่ฉันก็ไม่เลยล่าถอยกับความกลัว
ตลอดมา เรื่องผีๆสางๆ ฉันไม่ใช่ว่าไม่เชื่อ แต่ก็ไม่เคยจะลบลู่
จนเมื่อสัก 6 ปีก่อน สมัยที่ฉันยังเป็นนักเรียน ม.ปลายอยู่
เพื่อนสนิทฉันคนหนึ่งโดนผีเข้า
ตอนแรกก็ไม่เชื่อ จนเมื่อไปเยี่ยมเพื่อนที่บ้านหมอ(ไสยศาสตร์)
ณ เวลานั้นเพื่อนไม่ได้มีอาการผีเข้า หรือผิดแผลกจากเพื่อนที่ฉันรู้จักแต่อย่างใด
เราพูดคุยกัน จนเมื่อฉันถามถึงความเป็นมาว่าเกิดอะไรขึ้น
เพื่อนตอบฉันได้สักพัก
อาการเพื่อนก็แปลกไป
"มา.. มันมาอีกแล้ววว.. ฮืออออ.. "
(เมคเซนได้ว่า ผีกำลังจะเข้าอีก)
เพื่อนฉันที่ไปด้วยกัน2 คน กรู่ว่าอยู่ข้างหลังฉัน เกาะแขนซ้าย ขวา คนละข้าง
แต่ตัวฉันเอง ไม่ขยับหนีสักนิด ยังนั่งอยู่ที่เดิม
ถามว่ากลัวไหม?
"กลัว"
แล้วไมไม่หนี ตัวแข็งหรอ?
"เปล่า ไม่ได้ตัวแข็ง แต่ก็ไม่ขยับหนี เออนั่นสิ"
อีกเหตุการณ์ก็กลับเพื่อนสนิทฉันเหมือนกัน
ครั้งนี้เมื่อสัก 4 ปีก่อน สมัยมหาลัยปี2
เพื่อนสนิทฉันอีกเช่นกัน (แต่คนละคน)
มาหาฉันที่ห้อง และเล่าให้ฟังว่าโดนผีหลอกที่ห้อง
"มึงๆ อิชี คืนนี้มึงมานอนเป็นเพื่อนกูหน่อยนะ"
"อ่าว แล้วไมมึงไม่มานอนนี่"
ตึ่ง.....
เพื่อนช็อคไปเลยยิ่งกว่าเห็นผีซะอีก
ที่นุ่มพูด "มึง" ออกมา
คือ ณ ตอนนั้น ฉันคงตื่นเต้นและตกใจไปกับเรื่องเล่าของเพื่อนไปหน่อย จนลืมตัว :P
(ฉันเองก็เคยพูดมึงกู เมื่อสมัยยังเด็กๆ การที่มันจะเผลอแสดงออกมาบ้าง ก็ไม่น่าจะแปลกอะไร) 555
และคืนนั้นฉันก็ลงไปนอนกับเพื่อนที่ห้องเพื่อน
3 ทุ่มผ่านไป ..
เที่ยงคืน..
ตีหนึ่ง...
ตีสอง.. (เพื่อน2คนหลับสนิท)
ตีสาม..( "อิชีมึงไม่นอนหรอ" "อ๋อไม่เป็นไร อ่านหนังสืออยู่" )
ตีสี่.. (กูง่วงแล้วนะ แต่ไม่นอน อ่านหนังสือดีกว่า การ์ตูนเป็นตั้ง)
ตีห้า... (กูง่วงโว้ยยย ตาจะปิดแล้ว)
หกโมงเช้า.. ( "เช้าแล้วเค้ากลับห้องล่ะนะ" )
มาถึงห้องตัวเอง.. เปิดแอร์ได้ กระโดดขึ้นเตียง
หลับสนิทภายในไม่กี่วินาที 5555
คืนนั้นฉันเปิดไฟอยู่ทั้งคืน
กลัวไหม?
คำตอบก็ยัง "กลัว" เหมือนเดิม
แต่ฉันจะหนีอะไรล่ะ
คืนนั้นฉันมีไฟและหนังสือเป็นเพื่อน
เพื่อนสนิทบอกให้มานอนเป็นเพื่อน
แต่..
ฉันมาอยู่เฝ้ายามให้คุณเพื่อน
เออฉันนี่ก็แปลก
ฉันเคยวิ่งหนีอะไรบ้างเนี่ย
หมาเห่ารึ?
ก็ไม่เคยวิ่ง เพราะรู้ว่ายิ่งวิ่งหนีมันยิ่งกัด
ก็มองหน้ามัน และทำเสียง "จุ๊ จุ๊... จุ๊ จุ๊.."
ให้มันมาดมๆขานิดหน่อย (แต่ดูปากมันด้วยว่าอ้าจะกัดไหม?)
เด๋วมันก็เลิกเห่า
เราก็เดินต่อไป
และมุกนี้ ฉันก็ทำมาตลอด
ไม่เคยโดนหมากัดสักที
ทุกครั้งที่ฉันกลัว
ฉันมีแสงสว่างคอยช่วยบรรเทา
แปลว่า.. ฉันกลัวความมืด ละมั้งนะ
มีคนเคยพูดว่า
ใจฉันแข็ง...
.. ไม่หรอก ถ้าฉันได้มอบใจให้คุณแล้ว
ใจฉันด้านชา..
.. ไม่หรอก ถ้าฉันได้มอบใจให้คุณแล้ว
ฉันโลกส่วนตัวสูง
.. ไม่หรอก ถ้าฉันได้รักคุณแล้ว เพราะเราจะอยู่ในโลกเดียวกัน
ถ้าคุณคือคนที่ทำให้ฉันรู้สึกได้ ถึงผีเสื้อนับล้านที่บินอยู่ในท้อง
ฉันก็จะเป็นฉัน ที่อ่อนแอที่สุด และเข้มแข็งที่สุด ในเวลาเดียวกัน
-หน้ากลม-
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น