"จากลา "
เมื่อมีพบ ก็ต้องมีจากลา
จากแบบได้พบเจอกันใหม่
หรือจากแบบไปตลอดกาล
เมื่อเช้า
ฉันได้รับข่าวจากเพื่อนสนิท
ว่าเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตไป
ฉันไม่อยากจะเชื่อเพื่อนเลยสักนิด
เหมือนครั้งหนึ่งที่เพื่อนคนเดิมนี้
โทรมาบอกว่าเพื่อนในกลุ่มเสียชีวิตเช่นกัน
จนเมื่อเห็นกับตาตัวเอง หน้าชา น้ำตาไหล
และตระหนักว่า เรื่องที่เพื่อนบอกคือเรื่องจริง
ส่วนวันนี้ ฉันก็ยังไม่เชื่อสนิทใจ
นั่นเพราะ
เพื่อนคนนี้ฉันไม่เคยเจอเขาเลยมานาน
(อาจเพราะฉันไม่ค่อยได้กลับบ้าน
หรือเมื่อกลับบ้านฉันก็อยู่แต่ในบ้าน
ถ้าเขาไม่ขับรถผ่าน หรือมาซื้อของ ฉันก็จะไม่ได้พบเจอใครๆ)
กลับบ้านเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ฉันได้เจอเพื่อนคนนี้
แค่เพราะเขาทำรองเท้าแฮนด์เมคขาย
พ่อเอามาให้ดู
สวย แนว ชอบ ก็เลยวิ่งรถออกไปดูของถึงที่บ้านเพื่อน
เรามีโอกาสได้คุยกันพอสมควร
ถึงชีวิตปัจจุบัน
ถึงชีวิตที่วางไว้ในอนาคต
แอบคิดในใจว่า
"เวลา อายุ ครอบครัว ความรับผิดชอบ ทำให้คนเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรือ?"
เมื่อก่อนเขาเป็นผู้ชายเกเรมากๆคนหนึ่ง
แต่วันนี้เขากลับมีงาน รู้จักคิดถึงลูก คิดถึงครอบครัว
ดีจริงๆนะ
ซึ่งเมื่อก่อนอาจจะไม่มีเลย
ฉันไม่เชื่อว่าเขาได้ตายจากไปแล้ว
จนน้องไลน์มาบอกจึงได้ปักใจเชื่อ ว่านี่คือเรื่องจริง
ใจหายนะ
ใจหายมาก
เพราะเราเพิ่งจะได้เจอกัน พูดคุยกัน
บอกไว้ด้วยว่ากลับไปครั้งหน้า จะออเดอร์มาสั่งไว้ก่อน
เป็นอันว่า
ครั้งนั้นที่ได้พบกัน
คือครั้งสุดท้ายก่อนการจากลา
วัน เวลา ที่ผ่านมานานแสนนาน
ระยะทาง ที่ทำให้ห่างกันแสนไกล
แต่ทุกๆครั้ง
ที่ฉันได้ยินข่าวคราว จากรุ่นเดียวกัน
หูมันจะผึ่งขึ้นมาทันที
ไม่รู้ว่าทำไมต้องสนใจขนาดนั้น
ทั้งๆที่ก็ไม่ได้สนิทกัน บางคนก็แทบจะไม่เคยเล่นด้วยกัน
อย่างมากก็รู้เพียงแค่ว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่น
อ่อ นี่ไงเหตุผล
แค่คำว่า "เพื่อน" คำเดียว
... ขอไว้อาลัยให้ อู๋ พนมกร ขอให้เธอไปสู่สุขตินะ
เกลียดการจากลาแบบนี้จัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น