HOME

HOME

28 ก.พ. 2556

ความรักของหน้ากลม

นับแต่จำความได้

อนุบาล... ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าความรักคืออะไร รู้แค่ว่า หนูรักพ่อ หนูรักแม่ หนูรักตา หนูรักยาย หนูรักตุ๊กตาของหนู ของเล่นทุกชิ้นของหนู หนูรัก..

ประถม... ข้าพเจ้ารู้จักความรัก แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าความรักหน้าตาเป็นยังไง.. ความรักตอนนั้นก็มีไว้สำหรับคนในครอบครัว และของรักของหวงเท่านั้น .. มีเด็กผู้ชายมาแอบชอบ มาบอกชอบ หรือทำเหมือนจะชอบ ก็เขิน ก็อายม้วนกันเป็นแถว ที่อายนี่ไม่ใช่เพราะว่ามีคนมาชอบนะ แต่ข้าพเจ้าอายเพราะพอเพื่อนรู้ จะล้อกันทั้งห้อง ทั้งชั้นปีอ่ะ ข่าวไวมากกก  ซึ่ง ข้าพเจ้าเกลียดการล้อเลียนเป็นที่สุด

ประถม 6 ... ข้าพเจ้าก็ยังเหมือนเดิม ยังไม่รู้จักความรัก.. ปีนี้ข้าพเจ้าทำกิจกรรมเยอะหน่อย เป็นนางรำ เป็นนักกีฬา เป็นมันหมด เท่าที่คุณครูจะให้เป็น ด้วยความว่าเป็นนักกีฬา ปีนั้นมีกีฬาฟุตบอลเข้ามาเพิ่มในกีฬาระหว่างโรงเรียน ตอนนั้นข้าพเจ้าสนิทกับเพื่อนคนหนึ่ง ชื่อพา เป็นทอมตัวเล็กๆ แก่นๆ แต่เราก็สนิทกัน โดยมีข้าพเจ้าเป็นหัวโจก .. ด้วยว่าเล่นฟุตบอล แถมมีเพื่อนเป็นทอมอีก ระหว่างงานกีฬา จึงมีผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อแอน มาขอเบอร์โทรข้าพเจ้า(ซึ่งตอนนั้นไม่มี) จึงได้แต่ให้ที่อยู่ไป สงสัยแอนจะคิดว่าข้าพเจ้าเป็นทอม และแอนก็เขียนมาจริงๆ ข้าพเจ้าจำเนื้อความไม่ได้ แต่รู้และจับประเด็นได้ว่า แอนชอบข้าพเจ้า (ถ้ากลับไปค้นห้องดีดี อาจเจอจดหมายฉบับนั้นก็ได้ เพราะข้าพเจ้าไม่เคยทิ้งจดหมาย หรือข้อความ ที่เขียนด้วยมือ ที่บรรจงเขียนให้ข้าพเจ้า ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม ข้าพเจ้าจะเก็บไว้ เป็นสมบัติที่มีค่าที่สุด) .. แอนชอบข้าพเจ้า ซึ่งอายุตอนนั้น ที่ยังไม่รู้จักกับความรัก และสมัยนั้นก็ยังไม่รู้จักทอม ไม่รู้จักเพศที่ 3 หรือ 4 .. ข้าพเจ้าไม่ได้หนีแอนหรืออะไร เพราะไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร รู้แค่ว่า มีเพื่อนต่างโรงเรียนบ้างก็ดี ข้าพเจ้าก็คุยจดหมายกับแอนต่อไป (ข้าพเจ้าชอบเขียนจดหมายนะ ดูโรแม้นไปอีกแบบ)

มัธยมต้น... ความรักคืออะไร ข้าพเจ้าก็ยังไม่เข้าใจ แต่ก็มั่วๆไป ว่ารักเป็น.. . เข้ามัธยมต้น ข้าพเจ้ากับแอนได้เข้าเรียนโรงเรียนเดียวกันเฉย แต่ก็อยู่คนละห้อง ห้องข้างๆกัน เขียนจดหมายน้อยหาแทบทุ๊กกวัน "คิดถึงนะ" "เป็นห่วง" "เหนื่อยไหม" อะไรแบบเนี่ย วันวาเลนไทน์ก็มีดอกไม้มาให้ โอ่ววว เย๊อะ  ณ ตอนนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองรู้สึกยังไง แค่รู้สึกดีที่มีคนมาชอบ มาใส่ใจ .. แต่เรื่องราวก็จบไป เพราะแอนย้ายโรงเรียนไปอยู่ กทม. แล้วก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ถ้าได้เจอกันอีกก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะจำหน้าได้รึป่าว จะทำหน้ายังไง หรือจะคุยกันยังไง เพราะระหว่างข้าพเจ้ากับแอน เราแทบไม่ค่อยได้คุยกันต่อหน้าเลย เจอหน้าก็มัวแต่เขินอาย แอนจะหน้าแดงตลอด การคุยกันจึงได้แค่ผ่านตัวหนังสือใส่โน๊ตเท่านั้น แต่ก็นั่นแหล่ะ ณ ตอนนั้นมันคืออะไรนะ

มัธยมต้น2... ข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะแอบปลื้มรุ่นพี่บ้างแล้ว รุ่นพี่คนนั้นอยู่ ม.3 ข้าพเจ้าอยู่ ม.2 ที่จริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะปลื้ม แต่เพราะโดนแซวบ่อย (ข้าพเจ้าเวลาอยุ่บ้าน จะถือว่าเป็นเด็กที่ขาว และน่ารัก ประมาณนั้น แหะๆ) โดยพี่เขาแซว ก็เลยจำหน้าพี่เขาได้ และมองว่าพี่เขาน่ารักตอนไหนก็ไม่รู้ เขาชื่อพี่โจ้ หุ่นก็แห้งๆ สูงๆ ตามภาษาของวัยรุ่นเริ่มแตกหนุ่ม ผิวขาว หน้าตาตอนนั้นน่ารักเชียวล่ะ ข้าพเจ้ามองว่าพี่เขาน่ารัก แล้วก็แอบปลื้มมาโดยตลอด แต่ก็ต้องทำเฉย ด้วยความเป็นปกติของข้าพเจ้าเองนั่นแหล่ะ ต่อให้ชอบแค่ไหน ก็ต้องทำเฉยไว้ก่อน รักนี้ไม่มีการแสดงออก หรือเอ่ยใดๆทั้งสิ้น และนั่นก็คือตัวของข้าพเจ้า ตัวตนที่แท้จริง ช่วงเวลานั้นข้าพเจ้าชอบเพลงของหมีพูร์มาก "แค่บอกว่ารักกัน" ชอบ เพราะมันแทงใจดำ เพราะข้าพเจ้าไม่สามารถแสดงออกได้เหมือนดั่งเพลง


พี่โจ้ไม่เคยรู้เลยว่าข้าพเจ้าชอบ แอบปลื้ม จนเมื่อปีที่แล้ว ช่วงก่อนที่ข้าพเจ้าจะเรียนจบมหาลัย ก็มีเพื่อนสนิทใจดี(รึป่าว) ไปบอกพี่โจ้ว่าเราแอบชอบพี่เขามานานตั้งแต่สมัยเรียน แล้วก็ให้เบอร์ไป.. และวันหนึ่งพี่โจ้ก็โทรมาหา โทรมาเล่นบ้าง แต่นานนนนานนนนครั้ง นานๆมากๆ ซึ่งทำให้รู้สึกได้ว่า พี่เขาไม่ได้จริงใจอะไรกับเรา หรือถ้ามองให้ดูดีคือ พี่โจ้อาจจะมองว่า "นุ่มคงไม่ชอบพี่หรอก" (คนที่บ้านจะชอบมองว่าข้าพเจ้าเริ่ดเรอเพอเฟคอะไรประมาณนั้น).. . ข้าพเจ้าดีใจนะที่พี่โจ้โทรมาหา เพราะข้าพเจ้าเป็นคนที่ชอบแล้วชอบเลย รักแล้วรักเลย ถ้าไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไป ข้าพเจ้าก็จะยังรู้สึกเช่นเดิม ไม่ว่าจะนานแค่ไหน และสำหรับพี่โจ้ ข้าพเจ้าปลื้มพี่เขาตั้งแต่สมัยละอ่อน ถามว่าตอนนี้ปลื้มไหม ก็นิดหน่อย แต่การพูดคุย ได้มีโอกาสใกล้ชิด ทำให้ความรู้สึกเดิมๆกลับมา พี่โจ้เป็นผู้ชายคนแรกที่ข้าพเจ้าพยายามเดินเข้าหา แต่ก็นั่นแหล่ะ รู้สึกเหมือนมันว่างเปล่า เคยชวนกลับบ้านนั่งรถทัวร์กลับด้วยกันด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่เคยได้กลับด้วยกัน เคยนัดว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน แต่ก็ไม่เคยได้เจอ .. และตอนนี้ ข้าพเจ้าก็พอแล้ว กับผู้ชายคนนี้ (แต่บางทีก็ยังแอบไปส่งเฟสอยู่บ้าง :P)

มัธยมต้น 3... ปีนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้ว่า คนอื่นนอกจากคนในครอบครัว ก็รักข้าพเจ้าอยู่เหมือนกัน... รุณ เพื่อนร่วมห้องเรียนที่ชอบข้าพเจ้ามานาน เอาใจทุกอย่าง เพื่อที่จะให้ข้าพเจ้ารัก ชอบข้าพเจ้ามานาน จนแม้ปัจจุบัน ก็ยังรักข้าพเจ้าอยู่ไม่หาย รุณไม่เคยหายไปไหน ห่างๆบ้าง ก็ตามสภาพ .. ข้าพเจ้าเคยเผลอชอบรุณ แต่ก็นานมากแล้ว แค่เพียงชั่ววูบที่รู้สึก และหายไปในไม่นาน ข้าพเจ้าเป็นคนอ่อนไหว อยากให้คนเอาใจ อยากให้คนรัก และรุณก็มอบสิ่งนั้นให้.. แต่.. มันก็จบแล้ว ความรู้สึกทั้งหมด ด้วยอะไรหลายๆอย่าง ที่ไปด้วยกันไม่ได้.. ขอบคุณที่รักกัน

มัธยมปลาย... ข้าพเจ้ายิ่งห่างไกลเรื่องความรักระหว่างหนุ่มสาว ข้าพเจ้าใช้ชีวิตที่โรงเรียนกับเพื่อน อยู่กับบุ๋ม ตกเย็นก็กลับบ้าน เช้ามาก็ไปเรียน บ้าน โรงเรียน บ้าน โรงเรียน ชีวิตก็มีเท่านี้... ที่โรงเรียน ข้าพเจ้าก็เจอเรื่องแปลกอีกแล้ว กับผุ้หญิงอีกแล้ว ข้าพเจ้าไม่รุ้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่านะ แต่ก็จริงแหล่ะ ที่มีเพื่อนร่วมชั้น ต่างห้อง ชอบแอบมองข้าพเจ้า .. สมัยนั้นต้องเข้าแถวเคารพธงชาติ ข้าพเจ้าอยู่ /5 ผุ้หญิงคนนั้นอยู่ /8 รู้สึกว่าจะชื่อ "น้อง" น้องชอบแอบมองข้าพเจ้าอยู่บ่อยๆ และข้าพเจ้าก็ทำทีเป็นมองไม่เห็น ไม่รุ้เรื่อง แต่ การที่ถูกใครจ้องมองอยู่ มันรู้สึกนะ มันสัมผัสได้ และเข้าพเจ้าก็สัมผัสได้ ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่รู้ว่า น้องจะแอบมองข้าพเจ้าทำไม ต้องการอะไรหรือเปล่า เมื่อเรียนจบ ก็ยังไม่รู้ต่อไป... นอกจากน้องก็มีเพื่อนร่วมห้องอีกคน ชื่อ "ปุ้ย" เขาสารภาพในเฟรนชิพว่า ชอบแอบมองข้าพเจ้า เพราะว่าข้าพเจ้าน่ารัก (ตรงไหนหว่าา?) ก็นะ ถึงตอนนี้ก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ว่าทำไมผู้หญิงชอบมาชอบข้าพเจ้าเรื่อยเลย ไม่ว่าจะด้วยสถานะไหนก็ตาม

มหาลัยปี 1... ข้าพเจ้าแอบชอบเพื่อนคณะเดียวกัน แต่ก็ต่างภาควิชา (อีกแล้ว) แอบปลื้มมานาน จนปีสีถึงได้เลิก เพราะเห็นนิสัยไม่ดีบางอย่างที่รับไม่ได้ .. เพื่อนคนนั้นชื่อมิ้น เห็นครั้งแรกตอนรับน้องมหาลัย อยู่ไลน์เดียวกัน เป็นผู้ชายดูอบอุ่น หน้าตาดีเชียวล่ะ ขาว สูง หุ่นดี เปะอ่ะ ปลื้มมากกก แค่เห็นก็เขินแล้ว แต่ก็ไม่เคยบอกใครเช่นเคย แค่แอบปลื้มเท่านั้น ทุกครั้งที่มีเรียนรวมหลายๆภาควิชา แล้วมีชีวะด้วย ก็จะมองหา (ซึ่งหาได้ไม่ยากเพราะเด่นมาก) แล้วก็จะแอบนั่งอมยิ้ม เขิน หน้าแดง.. คิดแล้วก็ตลกตัวเองอยุ่เหมือนกัน ว่าครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าก็เคยมีอารมณ์แบบนี้ด้วย แต่ก็จบไปแล้วล่ะ

มหาลัยปี 2... หัวใจข้าพเจ้าวางเปล่า ข้าพเจ้าอยู่กับเพื่อนๆบ้าง อยู่กับตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ใช้ชีวิตมหาลัย เรียนไปวันๆ.. ปีนี้ มีเพื่อนร่วมภาควิชา ชื่อเอ มาสารภาพรัก บอกตามตรงว่าเขินมากกก ไม่เคยมีใครมาสารภาพรักแบบนี้เลยให้ตายสิ ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนกับตัวเองได้อ่านหนังสือการ์ตูนผู้หญิงของญี่ปุ่น ที่มีการบอกรักในวันวาเลนไทน์ แล้วให้กุหลาบสีแดง พร้อมตุ๊กตาอะไรประมาณนั้น และนั่นแหล่ะ ข้าพเจ้าเจอแบบนั้นเลย ข้าพเจ้าจำไม่ได้ว่าข้าพเจ้าตอบไปว่ายังไงบ้าง  ข้าพเจ้ารับรู้ความรุ้สึก แต่ก็ไม่ได้ตอบรับหรือปฎิเสธ .. เอเป็นผู้ชายที่นิสัยดีมากกก ดูแล เอาใจ ทุกๆอย่าง และอาจจะมากไปด้วยซ้ำ ทุกอย่างที่ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุข เอจะทำ เอเป็นผุ้ชายดีดีที่หลายๆคนอาจกำลังตามหาอยู่ก็ได้ แต่สำหรับตอนนั้นมันไม่ใช่ เพราะข้าพเจ้าคิดกับเอเป็นเพียงแค่เพื่อน ไม่ว่าจะดีแค่ไหน คนที่ไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่... ตอนนี้เอกลายเป็นทหารอากาศไปแล้ว แล้วข้าพเจ้าจะยังยืนยันคำเดิมไหมนะ ถ้าเอกลับมา >.<

มหาลัยปี 2... ข้าพเจ้าเจอผู้ชายชั่วๆคนหนึ่ง แต่อย่าไปนับมันเลย จบ!!
อ่อ เกือบลืมเพื่อนสมัยม.ปลาย เขาชอบข้าพเจ้าตั้งแต่สมัยอยู่ม.5 แต่เพิ่งมาบอกว่าชอบก็ปีนี้แหล่ะ แต่เพื่อนก็คือเพื่อนอ่ะนะ เขาชื่อ "ป้อ" และก็เป็นผู้ชายคนนึงอยุ่เหมือนกัน แต่เพราะห่างกัน จึงไม่ค่อยได้เจอหรือพูดคุย ห่างๆๆๆ ไปเรื่อยๆ (เพราะนุ่มไม่ชอบสักที) จนป้อคงรอไม่ไหวแล้ว มีแฟนไปแล้ว ก็เลยจบ และแฟนเขาก็ตามมาหึง อย่างงงๆ แหะๆ

มหาลัยปี 3-4 ... คนรักของข้าพเจ้าหน้าตาเป็นแบบไหนนะ

ทำงาน... ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ

ปัจจุบัน... ข้าพเจ้าพอจะรู้จักว่าความรักหน้าตาเป็นแบบไหนบ้าง แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจมันเท่าไหร่ ไม่รู้ว่านี่ใช่ไหมคือความรัก

สำหรับรักนี้ ข้าพเจ้าไม่รู้ว่ามันคือความรักตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่สมัยมัธยมปลายที่ได้รู้จัก หรือมหาลัยที่ได้ใกล้ชิด หรือตอนเรียนจบที่ห่างเหิน และกลับมาเจอกันใหม่อีกครั้งตอนทำงาน ไม่รู้ว่ารักตั้งแต่ตอนไหน แค่วันนี้รุ้ว่ารัก.. มีคนสอนให้ข้าพเจ้า มองที่ปัจจุบัน ให้มองแค่ว่าวันนี้ดีที่สุดแล้ว แค่วันนี้มีความสุข และยังยิ้มได้ ข้าพเจ้าพยายามอยู่ อยุ่ที่ปัจจุบัน ให้มีความสุขที่สุด..

ข้าพเจ้าพูดถึงแค่ความรักในอดีต ไม่อยากพูดถึงปัจจุบัน หรืออนาคต

อดีตที่เป็นเรื่องเล่า

ปัจจุบันที่อยู่ในเหตุการณ์ จึงอยากให้เป็นเรื่องแค่คนสองคน (คุณเองก็รู้อยู่เต็มอก)

อนาคตที่มองไม่เห็น แต่ก็ไม่เคยปิดกั้นใจตัวเอง (อยากให้เราได้มีเวลาเรียนรู้กันนะค่ะ)

ก็ไม่ได้หมายถึงใครนะ แค่คนไม่กี่คน

หนึ่งคนในปัจจุบัน

และอีกหนึ่งที่อยากเรียนรู้

..
.

วันนี้โลกกลมๆยังสวยงาม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น