"วันที่ไม่มีใคร"
เกริ่นชื่อมาก็เศร้าเลย
ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกนะ เพียงแค่เวลาที่คนเราป่วย จิตใจมันมักจะอ่อนแอลงไปด้วย.. ก็เท่านั้น
สืบเนื่องจากบล็อคก่อน "เรื้อรัง" ที่บ่นพร่ำเพรื่อเรื่องปวดหัว
มาวันนี้คงได้ปวดหัวแบบจริงๆจังๆ
ก่อนที่จะกลับมาทำงาน หลังจากหยุดยาวนาน 4 วัน
กลับไปทำบุญ กลับไปอยู่บ้าน กลับไปเจอหน้าคนที่เรารัก กลับไปชาร์ตแบตเพิ่มพลังตัวและหัวใจ
ปรากฎว่าเป็นไข้หวัดอย่างจริงจังซะงั้น
เป็นในวันที่จะกลับมาทำงาน
และต้องอยู่อย่างไม่มีใคร...
ที่จริงก็อาจจะลาป่วยต่อได้
แต่เพราะว่าหยุดต่อเนื่องมาเยอะแล้วก็เกรงใจ
มิหนำซ้ำวันหยุดที่อุตส่าห์สะสมมาได้ เดือนหน้าจำเป็นต้องใช้ และก็จะหมดไป
หนึ่งวันสำหรับ งานแต่งเพื่อนสนิท
และอีกหนึ่งวัน สำหรับค่ายอาสาพัฒนาลุ่มน้ำ ที่ประจวบฯ กับ
รวมๆแล้ว เหลือเวลาลาอีกเพียง 4 ชม. ไม่ครบวัน
ไม่มีวันหยุดแล้ว จึงต้องขับรถกลับชลบุรีมาทำงานในวันที่ครบกำหนดหยุด
ขับมาเรื่อยๆ ปวดหัวบ้างนิดหน่อย ยังดีที่ไข้ยังไม่แตกอย่างชัดเจน
พอมาถึงห้องเท่านั้นล่ะ อาบน้ำเสร็จ ปวดหัวมากกก
กินยาแล้วก็นอน ก็ยังนอนไม่หลับ พอหลับก็ยังฝันต่อไปอีกว่าปวดหัว ตื่นจริงๆก็ปวด
จริงๆก็ปวด ในฝันก็ปวด ดีจริงๆ
รู้สึกตัวตื่นด้วยอาการปวดหัว ตัวร้อน และเหงื่อออก
ก็เลยลุกขึ้นตอนตี 2 ไปกินยาซ้ำอีกรอบ และเปิดพัดลม
สุดท้ายก็นอนได้สักที อาการปวดหัวหายไป(บ้าง) แต่ตัวก็ยังร้อนอยู่ดี
ตื่นนอนก่อนนาฬิกาปลุก 06.50 น.
รู้สึกดีจริงๆที่ตัวไม่ร้อน หัวไม่ปวด งั้นเราก็ไปทำงานได้
เวลาที่เป็นไข้หวัด ฉันดีอย่างว่า
ช่วงเช้า จนถึงบ่าย อาการไข้จะไม่ค่อยแสดงอะไรมากมาย
ฉันจึงสามารถทำงาน หรือทำอะไรๆได้บ้าง เป็นปกติ
แต่พอเริ่มตกเย็นจนถึงค่ำมืด
เวลานั้นล่ะ มันช่างทรมานจริงๆ
ตัวที่ร้อน หัวที่แทบจะระเบิด
..
เฮ้อออ.. ขอให้หายวันหายคืนนะนุ่ม
-หน้ากลม-
กับวันที่ปวดหัวสุดๆ
นับเวลากลับไปนอน
To day is free day
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น